2010/Feb/23

1986.
02.
23,
 
this special baby was brought to the world. Thanks Kamenashi no Oka-san! ^^

Happy 24th birthday babe!  I hope that you'll have a wonderful birthday with your friends, members and family.
be healthy and happy always !!! that's what i wish for,
be confident as u always r , u know u r one of a kind right 55+
best luck for the upcoming jobs , (pls dun forget to show us your MC talent as the newscaster ^^ )

i sincerely hope (and pray) that u'll stay as busy and successful as you currently are, if not busier...but not to the expense of your health of course, and i will always be there to cheer and encourage you on.

i have so much more that i want to say to you but i just don't know the right words.
just know this, i can't thank you enough for the happiness that you've given me just by being who you are...

 
oh, and one more thing:
I Love You Kazuya  
 
I LOVE YOU, and you know that~ HAHA

edit @ 23 Feb 2010 11:44:09 by bogusbo

2007/Dec/28

V - D I A R Y # 1

         ไม่น่าเชื่อว่าการใช้ชีวิตในบ้าน AF4 ของพวกเราทั้ง 20 คนในช่วงสัปดาห์แรกได้ผ่านพ้นไปแล้ว และก็มี 4 คน ที่ต้องเดินจากพวกเราไป

          ภายในเวลาแค่ 1 อาทิตย์ พวกเราได้เรียนรู้อะไรมากมายร่วมกัน ได้ทำหลายๆ อย่างที่ไม่เคยทำ หรือแม้แต่คิดว่าจะทำได้ เช่น เต้นอย่างไม่มีคำบ่นว่า "เหนื่อย" เป็นเวลาติดต่อกัน 4 ชั่วโมง หรือนั่งแชร์เรื่องราวที่ฝังใจแต่ละคน มาจนทุกวันนี้ ถึงแม้จะรู้สึกเหมือนกับว่าได้นอนน้อยไปบ้าง แต่ในแต่ละวันที่ตื่นมา พูดได้เต็มปากเลยว่า ตื่นมาพร้อมกับความตื่นเต้น และความต้องการที่จะทำในแต่ละวันให้ดีที่สุดไปพร้อมๆ กับ เพื่อนๆ อีก 19 คน คนที่มีความฝันเหมือนกัน

          การที่ได้เห็นทุกคนซ้อมอย่างเอาจริงเอาจังเป็นแรงพลักดันสำคัญอันหนึ่งที่ทำให้นัทมีกำลังกา ยและใจในการเรียนรู้ และฝึกฝนสิ่งต่างๆ เพื่อพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นทุกวัน และเพื่อให้ได้เข้าใกล้ความฝันมากขึ้น จริงๆ แล้วถ้าจะให้พูดตรงๆ นัทรู้สึกว่า สิ่งสำคัญที่สุดที่นัทได้เรียนรู้ในช่วงหนึ่งเดือนกว่าที่ผ่านมา บวกกับช่วงสัปดาห์แรกของการใช้ชีวิตในบ้านหลังนี้ไม่ใช่เรื่องเทคนิคการร้อง ท่าทางการเต้น หรือพื้นฐานการแสดง แต่หากเป็นความสำคัญของคำว่า "มิตรภาพ" และ "กำลังใจ" ต่างหาก

           ในตอนเช้าวันศุกร์ ครูใหญ่ถามพวกเราแต่ละคนว่า มีอะไรอยากจะบอกเพื่อนอีก 19 คนไม๊ เพราะนี่จะเป็นวันสุดท้ายที่พวกเราได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาทั้ง 20 คน และเราทุกคนก็ได้มีโอกาสนึกย้อนไปถึงประสบการณ์ต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ทั้งแต่ได้รับคัดเลือกเป็น 20 นักล่าของฝัน AF4 และได้มารู้จักกับเพื่อนๆ ทั้ง 19 คนเป็นกำไรชีวิตที่มากเกินคาดจริงๆ

           นัทไปเรียนที่อเมริกาตั้งแต่อายุ 14 พอกลับมาเมืองไทยจึงไม่ค่อยรู้จักใคร และมีเพื่อนไม่มาก แทบนับคนได้เลย การที่ได้มาเจอกับเพื่อนใหม่ 19 คนที่น่ารัก และจริงใจ จึงเป็นอะไรที่มีความหมายกับนัทมาก มิตรภาพ และกำลังใจที่ทุกคนมีให้นัททุกวัน มันทำให้นัทยิ่งรู้สึกมีความสุขกับการได้ตามล่าฝันของตัวเอง  เพราะบนเส้นทางนี้ทำให้นัทได้มาเจอกับทุกคน ขอบคุณเพื่อนๆ ทั้ง 19 คน ที่ยอมรับนัทเป็นส่วนหนึ่งในกลุ่มคนที่วิเศษสุดๆ กลุ่มนี้ครับ และด้วยเหตุนี้เอง วันคอนเสิร์ต AF4 ครั้งแรก จึงเป็นวันที่นัทมีความสุขมาก แต่ก็เสียใจมากเช่นกัน

           มีความสุขที่สุด คือ ได้มีโอกาสขึ้นคอนเสิร์ต และทำในสิ่งที่รัก ได้ร้องเพลงให้คนมากมายฟัง ความรู้สึกที่ได้เปล่งเสียงออกมาบนเวที มันเป็นอะไรที่วิเศษมากจริงๆ ครับ เหมือนกับเราได้มีโอกาสแบ่งปันส่วนสำคัญส่วนหนึ่งให้กับคนมากมายที่เรารู้จัก และไม่รู้จัก ทำให้เขาเหล่านั้นได้มีช่วงเวลาที่ดีร่วมไปกับเรา ไม่ว่าความสุขที่แต่ละคนได้รับจะมากน้อยแตกต่างกันแค่ไหน แต่นัทก็อยากจะขอบคุณเสียงเพลงที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงนัท กับทุกคน...มีความสุขจริงๆ ที่ได้ร้อมเพลงให้ทุกคนฟังครับ สำหรับคนที่คอยเชียร์ และเป็นกำลังใจให้นัทอยู่ หวังว่าคงทำให้ทุกคนรู้สึกภูมิใจนะครับ  ^-^

           แต่...ในคืนเดียวกันก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสะเทือนใจ และเสียน้ำตา เมื่อรู้ว่ามีเพื่อน 4 คน ต้องเดินจากพวกเราไป ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีใครด้อยไปกว่าใครเลยในเรื่องของความสามารถ หรือความตั้งใจ ความผูกพันที่เกิดขึ้นจากการที่พวกเราทั้ง 20 คน ได้ใช้ชีวิตร่วมกันเกือบทุกวันเป็นเวลา 2 เดือน มันทำให้การลาจากกันเป็นอะไรที่พวกเราไม่เคยต้องการให้เกิดขึ้น ถึงแม้นัทเองจะรู้ดีอยู่แล้วว่าเราทุกคนอยู่ในวงล้อมของการแข่งขันที่ถูกตั้งกฏเกณฑ์เอาไว้แล้ว แต่ก็เพิ่งจะเข้าใจว่ามันสะเทือนใจแค่ไหน ที่ต้องจากเพื่อนๆ ทั้ง 4 คน ไปโดยที่เราไม่ได้เลือก และไม่สามารถห้ามปราม หรือ ยับยั้งอะไรได้เลย

          อย่างไรก็ตาม นัทอยากจะยืมคำพูดที่ครูป้อมเคยพูดกับเราทุกคนไว้ มาย้ำกับเพื่อนทั้ง 4 คนอีกว่า "ไม่ว่าใครจะว่ายังไง เราทั้ง 20 คนรู้ดีอยู่ในใจของเรา ว่า AF4 มีด้วยกันทั้งหมด 20 คน ไม่ใช่ 12 คน" ถึงแม้ แอ้ น้ำฝน แอนตี้ และเดียร์ จะไม่อยู่ในบ้านนี้แล้ว แต่เพื่อนๆ ทุกคนรู้ดีว่า ถ้าพูดถึง AF4 จะต้องมี เจ้าหญิงเสียงใส ยิ้มหวาน ที่ชื่อ "แอ้"   สาวน้อยผมบ๊อบ ฟันเหล็ก ร่าเริงเสมอ ที่ชื่อ "น้ำฝน"   สาวลูกครึ่ง สดใส ซาบซ่าส์ ผู้เติมเต็มไปด้วยสีสัน ที่ชื่อ "แอนตี้"   และ พั้งค์ใจดี ที่คอยสร้างเสียงหัวเราะ และรอยยิ้ม ที่ชื่อ "เดียร์" ขอให้ทุกคนอย่ายอมแพ้แค่นี้ จงสู้ต่อไปเพื่อความฝันครับ นัทจะคอยเป็นกำลังใจให้

ก่อนจบ DIARY อันแรกนี้ นัทอยากจะขอใช้โอกาสนี้ขอบคุณ...

- ครอบครัวของนัท แม่ พี่ดาว ยาย ที่มาดูคอนเสิร์ตครั้งแรก และกรี๊ดดังสุดๆ! และพ่อที่คอยเป็นกำลังใจให้นัท จากเชียงใหม่ครับ

- เพื่อนๆ ทุกคนที่ได้มาดูคอนเสิร์ต และไม่ได้มา เรากำลังพยายามอย่างเต็มที่อยู่ ชาวยเชียร์ต่อไปด้วยล่ะ!

- เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ชาว NAT MATCHA GANG ทุกคนที่ยังเป็นกำลังใจให้เสมอมา ได้เห็นทุกคนใส่เสื้อแฟนคลับมาเชียร์คอนเสิร์ตแล้วดีใจมากเลยครับ ^-^ คิดถึงทุกคนนะครับ!

- ทุกคนที่โหวตให้นัท และเพื่อนๆ นักล่าฝันคนอื่นๆ ขอบคุณที่สนับสนุน และคอยเชียร์ ให้พวกเราทำความฝันให้เป็นจริงครับ

- พี่ๆ ทีมงาน AF4 ทุกคน ที่ทำให้ชีวิตในบ้านสัปดาห์แรกเต็มไปด้วยความสุข และทำให้คอนเสิร์ตครั้งแรกประสบความสำเร็จ พี่ๆ ทุกคนเจ๋งมากครับ! ^-^

ขอบคุณจากใจจริงครับ
นัท V1

 

 

 

 

 

 

 

 

 V - D I A R Y # 2   สวัสดีครับทุกคน สบายดีมั๊ยครับ =)



           สัปดาห์ที่ 2 ของการใช้ชีวิตในบ้าน AF4 ผ่านไปอย่างรวดเร็วมากทั้ง ๆ ที่รู้สึกราวกับว่าเพิ่งขึ้นคอนเสิร์ตครั้งแรกไปไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่ในความเป็นจริงคอนเสิร์ตครั้งที่ 2 ของพวกเราก็ได้จบลงไปแล้ว

           มีเรื่องราวที่น่าประทับใจเกิดขึ้นมากมาย ตั้งแต่วันแรกของสัปดาห์ที่ 2 ตอนที่พวกเราได้โจทย์เพลงใหม่ THEME ของวีคนี้คือ “THE BEST OF ME” รู้สึกตื่นเต้นมากตอนที่ได้รู้ว่าแต่ละคนจะได้ร้องเพลงอะไร เพราะมีเพลงที่นัทชอบเป็นการส่วนตัวอยู่หลายเพลง โดยเฉพาะเพลง เธอคือใคร” (ETC) “พรหมลิขิต” (BIG ASS) และเพลง แทนใจ” (ศิรศักดิ์) เป็นเพลงโจทย์ของนัทเองในวีคนี้

           ท่อนที่นัทชอบมากที่สุดในเพลงแทนใจก็คือท่อนที่ร้องว่า คนเพียงหนึ่งคนเก็บเอาใจมาร้อยเป็นเพลงให้เธอ อาจไม่ถึงกับดีเลิศเลอ แค่อยากจะทำให้เธอภูมิใจเพราะหลังจากที่ได้ครูรักษ์มาช่วยตีความหมายในเพลงนี้ให้เข้ากับตัวนัทแล้ว รู้สึกว่ามันตรงกับความรู้สึกของตัวเองตอนนี้มาก ซึ่งก็คือความรู้สึกที่อยากจะร้องเพลงออกไป เพื่อให้คนที่สำคัญที่สุดของนัท คือ คุณพ่อ คุณแม่ ได้รู้สึกภูมิใจในตัวนัท และเส้นทางเดินชีวิตที่นัทกำลังเดินก้าวไปอยู่

           นัทรู้ดีว่าพ่อกับแม่คงมีความกังวลอยู่มากกับสิ่งที่นัททำอยู่ แต่นัทอยากจะบอกว่านัทมีความสุขมากกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ขอบคุณจริง ๆ ที่ให้อิสระกับนัทในการเลือกทางเดินชีวิต นัทจะพยายามต่อไปให้ดีที่สุดครับอาจไม่ถึงกับดีเลิศเลอ แค่อยากจะทำให้พ่อกับแม่ภูมิใจครับ

            โดยรวมแล้วสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่ค่อนข้างจะกดดันสำหรับผู้ชายทุกคน เพราะเรารู้กันดีอยู่ว่าสุดท้ายจะมี 4 คนจาก 10 คนที่ต้องโดนโหวตออก และเดินจากพวกเราไป ถ้าคิดดูดี ๆ ก็คือ เกือบครึ่งของผู้ชายทั้งหมดจะต้องหายไป พอคิดเรื่องนี้ทีไรก็อดรู้สึกสะเทือนใจไม่ได้ ห้องนอนเรามีเตียงแค่ 6 เตียง แต่เราก็เอามาต่อกันจนนอนเบียดกัน 10 คนได้ และก็นอนเบียดกันมาเป็นเวลา 2 สัปดาห์จนชิน และกลายเป็นความรู้สึกอบอุ่นไปแล้ว

            พอรู้ว่าอยู่ดี ๆ ต้องหายไป 4 คนก็รู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก บอกตรง ๆ ว่าเดาไม่ถูกจริง ๆ ว่าใครจะอยู่ใครจะไป รู้แค่ว่าเราอยากได้ในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ซึ่งก็คือการที่ไม่มีใครออกเลย แต่แล้วก็ต้องรู้สึกใจหายจริง ๆ เมื่อคอนเสิร์ตครั้งที่ 2 จบลง และเพื่อน ๆ ต้องเดินจากพวกเราไปตามกฎเกณฑ์ที่ได้ถูกตั้งไว้แล้ว

             บอกตรง ๆ ว่ารู้สึกตกใจมากที่ 4 คนจากไปเป็น บอมบ์ เอี่ยว แมน และดิว ตอนแรกที่อาต้อยบอกว่าจะประกาศชื่อผู้ชาย 4 คนและให้เดินออกมาข้างหน้า แล้วก็ประกาศชื่อนัทเป็นชื่อแรกก็คิดอยู่ในใจว่าเราคงจะต้องจากเพื่อนทุกคนไปแล้ว เพราะรู้สึกว่าตัวเองร้องได้ไม่ดีเท่าที่ควรจริง ๆ แต่กลับกลายเป็นว่า 4 คนแรกที่ถูกเรียกออกมาคือคนที่จะได้อยู่ในบ้านต่อไป

             อยากจะรู้สึกดีใจที่ได้เข้ารอบต่อไป แต่กลับรู้สึกแปลก ๆ เพราะไม่ได้เผื่อใจไว้เลยว่าจะเป็น 4 คนนี้ที่จากไป เผื่อใจไว้แค่ว่าอาจจะเป็นตัวนัทเองที่ต้องออกจากบ้าน AF4 ไปในสัปดาห์นี้ และสิ่งที่ทำให้ยิ่งรู้สึกเสียใจมากขึ้นไปอีกก็คือการที่เราไม่มีโอกาสพูดอะไรมากมายกับทั้ง 4 คนเลย ในขณะที่ล่ำลากัน

ขอใช้โอกาสนี้เขียนอะไรถึง บอมบ์ เอี่ยว แมน และดิว หวังว่าทั้ง 4 คนจะได้อ่านกันนะครับ.....

บอมบ์ : ขอบคุณที่แอบมาเขียนได้อารี่ของพี่ตั้งแต่ตอนก่อนขึ้นคอนเสิร์ตครั้งแรก ทำให้พี่มีข้อความดี ๆ ที่สามารถหยิบเอามาอ่านไปยิ้มไปได้เรื่อย ๆ  บอมบ์เขียนบอกพี่ว่า บอมบ์จะยัดเยียดตัวเองให้เป็นน้องชายพี่ แต่จริง ๆ แล้วไม่ต้องยัดเยียดก็ได้ครับ พี่ยินดี =) ดีใจจริง ๆ ที่ได้มาเจอบอมบ์นะ บอมบ์เป็นน้องที่น่ารักที่คอบปล่อยมุขกัดพี่อยู่เรื่อยๆ ทำให้พี่ได้ยิ้มและหัวเราะแต่เช้าทุกวัน บอมบ์เคยถามพี่ว่าจะคิดถึงบอมบ์มั๊ยถ้าบอมบ์ไม่อยู่แล้ว แต่พี่ก็ไม่เคยตอบเพราะพี่คิดเสมอมาว่าบอมบ์จะต้องอยู่ในบ้านนานกว่าพี่แน่ ๆ แต่ตอนนี้พี่บอกได้จากความรู้สึกจริง ๆ  เลยว่าคิดถึงบอมบ์มาก อยากขอบคุณพรหมลิขิตที่ทำให้เราทุกคนมาเจอกัน และขอให้ พรหมลิขิตช่วยให้บอมบ์เข้มแข็งต่อไปเพื่อไปให้ถึงความฝันในที่สุดนะครับ คิดถึงเสมอนะ อย่าร้องไห้บ่อยเกินล่ะ! :p

เอี่ยว : น้องชายที่น่ารักมากอีกคนนึงของ AF4 พี่ดีใจมากที่ได้มาเจอคนที่สดใส ร่าเริงอย่างเอี่ยว เอี่ยวอาจจะไม่รู้ตัว แต่เอี่ยวได้สอนอะไรมากมายให้กับพี่ พี่เคยคิดว่าพี่เป็นคนที่ตั้งใจมากแล้ว แต่จากการได้เฝ้ามองเอี่ยวตั้งใจฝึกฝนอย่างไม่ย่อท้อเลยตลอดช่วง 2 อาทิตย์แรกในบ้าน มันทำให้พี่รู้สึกว่าตัวเองควรจะพยายามและมุ่งมั่นยิ่งขึ้นกว่านี้ เหมือนที่เอี่ยวได้ทำเป็นตัวอย่างเอาไว้ ในระยะเวลาอันสั้น เอี่ยวมีพัฒนาการทางด้านความสามารถสูงมาก และพี่ก็เชื่อว่าหากได้รับการฝึกฝนเพิ่มเติม เอี่ยวจะต้องมีศักยภาพเพียงพอที่จะเป็น SINGER/ENTERTAINER ที่โด่งดังได้อย่างแน่นอน จงสู้ต่อไปอย่างมุ่งมั่นนะครับ ganbatte ne!!

แมน : นายไม่อยู่ปุ๊ป บ้านก็เงียบมากเลย (ช่าย ๆ เห็นด้วย..จากพี่อิ๋ง ๆ ขอแจม) ไม่มีใครมาปล่อยมุข และคอยหยอกล้อทุกคนอยู่เรื่อย ๆ เสียงหัวเราะในบ้านหลังนี้มันลดลงไปมาก แต่เราทุกคนก็จะพยายามสร้างสีสันให้เกิดขึ้นในบ้านอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้นายผิดหวัง คอยดูพวกเรานะ เราจะรักษาประเพณีการเติม “S” เข้าไปท้ายทุกคำพูดอย่างที่นายได้บุกเบิกเอาไว้ ขอบคุณสำหรับทุกความรู้สึกดี ๆ และเสียงหัวเราะที่นายได้สร้างไว้ให้เราทุกคน เรารู้สึกจริง ๆ ว่านายเป็นส่วนสำคัญหลักส่วนหนึ่งที่ทำให้พวกเราทั้ง 20 คนสนิทกันได้มากขนาดนี้ เราเชื่อว่าไม่ว่านายจะทำอะไรต่อจากนี้ จะไปที่ไหนก็จะมีคนรักนายมากมาย เหมือนกับที่พวกเราทุกคนรักนาย ขอให้พยายามต่อไปเพื่อความฝันนะ อย่ายอมแพ้แค่นี้ (ไม่งั้นจะโดนเราชก!! HAHA)


 

 

 

ดิว : น้องชายผู้มากไปด้วยความสามารถ และมุมมองดี ๆ ที่เอามาแบ่งปันกันอยู่เรื่อย ๆ พี่จำได้ว่าดินเครียดมากกับโจทย์เพลงที่ได้ในสัปดาห์ที่สองนี้ แต่สุดท้ายแล้วพี่ว่าดิวทำได้ดีมาก พี่ภูมิใจในตัวดิว และเชื่อว่าดิวเองก็คงรู้ว่าการแสดงของดิวเป็นอะไรที่น่าภูมิใจมาก จงอย่าลืมที่จะเชื่อมั่นในความสามารถของตัวเอง เพราะดิวมีมันอยู่มากมาย พี่เชื่อว่าด้วยความตั้งใจและความจริงใจที่ดิวมี ดิวจะต้องไปได้ไกลอย่างแน่นอน พี่จะคิดถึงดิวเสมอนะ จะคอยเล่นเพลง “EYES ON ME” (จาก FINAL FANTASY) ที่ดิวชอบให้ฟังอยู่เรื่อย ๆ นะ จนกว่าพี่จะต้องออกจากบ้านนี้ไป อย่าลืมเปิดทีวีมาฟังด้วยล่ะ

              เมื่อกี้เพิ่งดูวีดีโอคอนเสิร์ตครั้งที่ 2 จบไป รู้สึกเศร้าและวังเวงอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็อยากบอกกับทั้ง 4 คนเหมือนที่นัทได้บอกกับแอ้ น้ำฝน แอนตี้ และเดียร์ไปแล้วว่าไม่ว่าใครจะพูดยังไงเรารู้กันดีอยู่ในใจว่า AF4 มี 20 คน ไม่ใช่แค่ 12 คนนัทจะคอยรอดูความสำเร็จของทุกคนครับ

              สุดท้ายนี้อยากจะขอขอบคุณทุก ๆ คนที่ยังคอยเป็นกำลังใจให้นัทเสมอมา ครอบครัว เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ชาว NAT MATCHA GANG ทุกคน ในคือวันคอนเสิร์ตเห็นมีกองเชียร์ทั้งหน้าเก่า และหน้าใหม่ ดีใจมาก ๆ เลยครับ ขอบคุณจริง ๆ ที่อุตส่าห์ฝ่าพายุฝ่าฝนมาดูคอนเสิร์ต ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย อย่าลืมระวังรักษาสุขภาพด้วยนะครับ! และก็ขอบคุณทุกคะแนนโหวตที่ส่งมาให้พวกเรานักล่าฝันทุกคนครับ หวังว่าพวกเราคงสร้างความประทับใจให้ทุกคนได้ไม่มากก็น้อยนะครับ =)

LOVE
นัท V1


ปล. 1 – ลืมบอกทุกคนที่เป็นห่วงไปว่าที่ในบ้าน MAGNOLIA นี้มีไอ้ติมชาเขียวของ SWENSEN’S ให้กินด้วย ปีศาจชาเขียวตัวนี้ HAPPY มาก ๆ  ๆ ๆ ๆ ครับ! =)

ปล. 2 – ขอขอบคุณพี่ ๆ ทีมงานและ SWENSEN’S เป็นพิเศษที่ทำให้เรามีเค้กไอศกรีมอร่อย ๆ มาฉลองวันเกิดมิวสิค V8 ครับ (ถึงเพื่อนทั้ง 8 คนที่ออกไปก่อน : เรากินเผื่อแล้วนะ!)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 V - D I A R Y # 3 สัปดาห์แห่งเรื่องราวดีๆ

8 ก.ค. 50 21:06



           สวัสดีครับทุกคน ผ่านไปแล้ว 3 สัปดาห์กับ AF 4 ดีใจจริงๆ นะครับที่ยังมีโอกาสได้นั่งอยู่ในมุมสงบๆ มุมหนึ่งในบ้าน Magnolia หลังนี้และเขียนไดอารี่ให้ทุกคนอ่าน

           Weekที่3 นี่ก็เป็นอีกสัปดาห์ที่มีเรื่องราวดีๆ เกิดขึ้นมากมายจนทำให้รู้สึกว่าเวลามันผ่านไปเร็วเหลือเกิน คงต้องขอบคุณน้องมิวสิค V8 เป็นพิเศษที่เกิดตรงกับวันที่ 2 กรกฎาคม พอดี เลยทำให้พวกเราทุกคนได้ร่วมเป็น ส่วนหนึ่งของการ surprise ดีๆ ที่น่าจดจำ

           เริ่มตั้งแต่ตอนเที่ยงคืน ของวันอาทิตย์ที่พวกพี่ๆ ทีมงานได้แอบเตรียมเค้กไอศกรีม ที่สุดแสนจะอร่อยจาก swensen’s ให้พวกเราเอาไป surprise มิวสิค แล้วก็มาถึงคลาส Dance ที่ครูฮีจงแอบวางแผนให้โจ้และนัท เต้นอยู่ในกลุ่มเดียวกับมิวสิคแล้วแกล้งต่อว่ามิวสิคที่เต้นไม่ได้สักที (ทั้งๆที่จริงๆ แล้วน้องเขาก็ทำได้) และลงโทษเป็นกลุ่มหลายครั้งจนโจ้ต้อง (เสแสร้งทำเป็น) โมโหและวิ่งออกจากห้องไป โดยที่มีนัทวิ่งตามออกไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น

          แต่จริงๆแล้วเราทั้งสองคนวิ่งออกไปเอาเค้กที่ถูกเตรียมไว้เพื่อเอามา surprise มิวสิค บอกตรงๆว่าแอบงงที่พอกลับมาอีกทีพร้อมกับร้องเพลง Happy Birthday แล้วเห็นน้องๆ  างคนถึงกับรัองไห้ออกมา  เพราะตอนแรกก็คิดว่าเราแสดงละครได้ไม่เนียนเท่าไร แต่กลับมารู้ทีหลังว่าหลายๆ คนเชื่อไปจริงๆ ว่าเราโกรธมิวสิคจริงๆ และก็รู้สึกเสียใจที่พวกเราซึ่งรักใคร่กลมเกลียวกันมาตลอด ต้องมาทะเลาะและผิดใจกัน

           อดประทับใจไม่ได้จริงๆครับกับการที่เพื่อนๆน้องๆทุกคนให้ความสำคัญกับมิตรภาพที่พวกเรามีมากมายเช่นนี้ นัทเชื่อว่าไม่ใช่แค่มิวสิคคนเดียวแน่ๆ ที่จะจดจำวันเกิดครั้งนี้ขึ้นใจ เพราะความรู้สึกดีๆที่เกิดขึ้น จะต้องถูกเก็บบันทึกไว้ในใจพวกเราทุกคนไปอีกนานอย่างแน่นอน

           เรื่องราวที่น่าสนใจอีกเรื่องที่เกิดขึ้นก็คือ การที่นัทได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าชั้นคู่กับพี่อิ๋งอิ๋ง V6 เพื่อช่วยพวกครูและพี่ๆ ทีมงานรักษากฎระเบียบการใช้ชีวิตในบ้าน ตอนแรกก็หนักใจนิดหน่อยครับ เพราะตัวนัทเองก็เคยทำผิดกฎหลายครั้ง ไม่แน่ใจว่าเราจะไปเป็นตัวอย่างคอยดูแล และตักเตือนคนอื่นได้ยังไง แต่ทุกคนก็ให้ความร่วมร่วมมือเต็มที่ คอยตักเตือนซึ่งกันและกัน ทำให้ไม่รู้สึกเหนื่อยกับหน้าที่นี้เลยครับ

           พอมาถึงคืนวันอาทิตย์อาต้อยเลยได้โอกาสยิงคำถามมาถามนัทครับว่า เพื่อนๆ น้องๆ ฝ่ายชายแต่ละคนเป็นยังไง ใครซนที่สุด(โจ้ V16) ใครมีระเบียบที่สุด (น้องแจ๊ค V2 ) ใครมีพัฒนาการมากที่สุด (น้องตี๋V12 + มิวสิค V8) ตอนแรกนึกว่าอาต้อยจะถามต่อจะได้พูดถึงต้อลบ้าง แต่ก็ไม่ได้ถามเลยไม่ทันได้ยกตำแหน่งอะไรให้ต้อลเลย ตอนที่นั่งรถบัสกลับบ้านด้วยกันหลังจากที่คอนเสิร์ตจบแล้ว ต้อลแอบบ่นน้อยใจว่าหัวหน้าชั้นพูดถึงทุกคนแต่ไม่เห็นพูดถึงเค้าเลย Ha Ha

           เอาเป็นว่านัทขอใช้โอกาสนี้มอบตำแหน่งพิเศษ 2 ตำแหน่งที่จะให้ต้อลอยู่แล้วน่ะครับ ซึ่งก็คือ 1 ร้องเพลงเพราะที่สุด (เสียงเค้าดีจริงๆ) และ 2 ขี้ลืมที่สุด Ha Ha (เพราะเค้าจะต้องหาอะไรซักอย่างไม่เจอ เกือบทุกวันเนื่องจากจำไม่ได้ว่าเอามันไปวางไว้ตรงไหน)


           สำหรับโจทย์เพลงในอาทิตย์นี้ บอกตรงๆ ว่าค่อนข้างจะหวั่นใจในตอนแรก เพราะถึงแม้จะเคยได้ยินเพลงลูกกรุงมาบ้างแต่ก็ไม่เคยร้องที่ไหนมาก่อนเลย กลัวว่าจะร้องออกไปแล้วทำให้เพลงซึ่งถือเป็นแบบฉบับของเพลงไทยสมัยใหม่ต้องเสียชื่อ แต่สุดท้ายแล้วนัทรู้สึกโชคดีที่ได้เพลงลูกกรุงมาเป็นโจทย์ในวีคนี้ เพราะมันทำให้นัทได้มีโอกาสแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องในการร้องเพลงของตัวเองหลายอย่างๆ โดยเฉพาะในเรื่องของการออกเสียง เพราะอย่างที่คุณอาสุเทพเจ้าของเพลง จงรัก" ได้บอกกับพวกเราไว้ สิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในการร้องเพลงลูกกรุงก็คือ การออกเสียงภาษาไทยให้ชัดเจน ตามหลักที่มีมานานดั้งเดิม ซึ่งเป็นจุดหนึ่งที่นัทรู้สึกว่าตัวเองยังต้องปรับปรุงให้ดีขึ้นเรื่อยๆ

           เพลงที่นัทได้ในวีคนี้ก็คือ ทำบุญด้วยอะไรของคุณธานินทร์ อินทรเทพ ส่วนตัวแล้วรู้สึกดีใจครับที่ได้เป็นตัวแทนถ่ายทอดเพลงนี้ให้ทุกคนฟัง เพราะเป็นเพลงที่สนุกสนาน ค่อนข้างจะต่างกับเพลงในสองวีคแรกที่นัทได้ร้องไป พอตอนขึ้นเวทีจริงๆ แล้วลืมความไม่มั่นใจทุกอย่างที่เคยมีไปเลยครับ รู้สึกแค่ว่าอยากจะทำให้ทุกคนยิ้มและมีความสุขจาก การได้ดูการแสดงของเรา เมื่อคืนนี้นัทรู้สึกสนุกมากเลยครับที่ได้ร้องเพลงนี้ หวังว่าทุกคนคงจะรู้สึกเพลิดเพลินไปด้วยน่ะครับ

ถึงแม่-ยาย : ตอนที่คอนเสิร์ตจบแล้วพวกเราทุกคนยังยืนโบกมืออำลาผู้ชมทุกคนอยู่นั้น นัทดีใจมากเลยที่ได้เห็นแม่กับยายอยู่ใกล้ๆ เวที และโบกมือกลับมา และก็ดีใจที่ได้เห็นรอยยิ้มที่สดใสบนใบหน้าของทั้งคู่ ทั้งแม่และยายดูมีสุขภาพที่ดีและแข็งแรงเหมือนเดิมเลย นัทคิดถึงทุกคนที่บ้านมากนะครับ และก็รู้ว่าทุกคนคอยส่งกำลังใจมาให้นัททุกวัน Thang you มากๆๆ อยากให้ทุกคนรู้ว่าตอนนี้นัทมีความสุขมากครับ เพื่อนและครูทุกคนน่ารักมากและอาหารก็อร่อยทุกมื้อเลย ไม่ต้องเป็นห่วงน่ะครับนัทจะพยายามต่อไปให้ดีที่สุดครับ (ฝากบอกพ่อด้วยว่าอย่าทำงานหนักเกิน ดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีด้วย)


 

 

 

 

 

 

 

ถึงเพื่อนๆทุกคนที่มาเชียร์ : ขอบคุณมากๆๆๆๆๆ ซาบซึ้งจริงๆที่ทุกคนอุตส่าห์เดินทางฝ่าฝนฟ้าอากาศที่ไม่ค่อยเป็นใจเท่าไรมาเชียร์นัทนะครับ ขอบคุณทุกคนที่ดูอยู่ทางบ้านและโหวตให้ด้วยครับ นัทรู้ว่านัทยังไม่เก่งมากและมีหลายอย่างที่ยังต้องปรับปรุง แต่ขอบคุณจริงๆครับ ที่ยังต้องการจะให้โอกาสนัทต่อไป จะทำให้ดีที่สุดครับ
   
ถึงปอง : พี่ไม่คิดเลยจริงๆ ว่าจะเป็นปองที่เดินจากพวกเราไปในอาทิตย์นี้ ถึงแม้ปองจะค่อนข้างเครียดกับโจทย์ของวีคนี้ในช่วงซ้อม แต่สุดท้ายแล้วพี่คิดว่าปองร้องและแสดงได้ดีมาก อยากให้ปองภูมิใจในตัวเองนะ ถึงแม้ว่าเราอาจจะไม่มีเวลามานั่งคุยกันบ่อยนักในช่วงที่อยู่ในบ้าน แต่พี่ก็ยังรู้สึกผูกพันและถูกชะตากับปองเหมือนที่ได้รู้สึกมาตั้งแต่เราไปออดิชั่นรอบสองในวันอาทิตย์ แล้วได้เบอร์ติดกันและก็ผ่านเข้ารอบ 20 คน แล้ว 12 คนมาด้วยกัน

               พี่ไม่เคยบอกกันปองตรงๆ แต่พี่ชื่นชมปองมากนะ ปองเป็นคนที่มีทัศนคติที่ดี และมีความตั้งใจสูงไม่เคยย่อท้อกับอุปสรรคใดๆ และเข้าใจเสมอว่าโอกาสและประสบการณ์ดีๆ อย่างนี้ไม่ใช่อะไรที่ได้มาง่ายๆ พี่เชื่อว่าพี่ไม่ใช่คนเดียวที่ชื่นชมปองแน่นอน ทุกคนที่รู้จักปองเป็นอย่างดีก็คงจะคิดอย่างเดียวกันกับพี่ จงภูมิใจให้มากในความเป็นตัวของตัวเอง เพราะตัวของปองนั้นมีแต่คุณสมบัติที่น่าเอาเป็นเยี่ยงอย่าง รู้จักเสียสละ รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน รู้จักการเอาใจเขามาใส่ใจเรา

              หลายๆ คนที่มีความสามารถไม่มีสิ่งเหล่านี้ แต่ปองมีทั้งความสามารถ และคุณสมบัติในการเป็นศิลปินที่ดีที่จะทำให้คนอยากร่วมงานด้วย ขอให้อย่าหยุดความฝันของตัวเองไว้เพียงเท่านี้ เพราะพี่เชื่อจริงๆว่าปองยังไปได้อีกไกลแน่นอน พี่เองก็จะสู้ต่อไปอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้ปองและเพื่อนๆอีก 8 คน ผิดหวังครับ ขอบคุณที่มารู้จักกันและเป็นตัวอย่างที่ดี ให้กับพี่และเพื่อนทุกคนเสมอมาครับ

               ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ครับ และขอบคุณจริงๆอีกครั้งสำหรับทุกกำลังใจที่มีให้กัน ขอให้ทุกคนเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่พร้อมกับความรู้สึกดีๆ มีอะไรไม่สบายก็ขอให้ยิ้มไว้ก่อน แล้วค่อยๆแก้ปัญหาไปน่ะครับ เรามาสู้ต่อไปพร้อมๆกันนะ

Love
นัท V1

ปล.- ปอง บอมบ์ แมน เอี่ยว ดิว เดียร์ แอนดี้ แอ้ น้ำฝน :พี่ยังรู้สึกเหมือนกับทุกคนยังอยู่ ใกล้ๆหวังว่าทุกคนคงสบายดีนะ  Miss U All ครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

V - D I A R Y # 4

 

สวัสดีเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคนครับ วีคนี้นัทดีใจมากเป็นพิเศษที่ยังได้อยู่กับ AF 4 ต่อไปเพราะเมื่อวาน (เสาร์ 14 กรกฎาคม) เป็นวันเกิดของแม่นัทพอดีกลัวมากว่าตัวเองจะต้องเป็นคนที่ออกไปในวีคนี้แล้วทำให้แม่ต้องเสียใจในวันที่แม่ควรจะมีแต่รอยยิ้มและความสุข

ขอบคุณทุกๆ กำลังใจเสียงเชียร์และคะแนนโหวตจริงๆ ครับที่ช่วยทำให้นัทมีโอกาสได้อยู่ตรงนี้ต่อไป เพราะนี่คงเป็นของขวัญวันเกิดที่ดีที่สุดที่นัทจะสามารถมอบให้กับแม่ได้ในตอนนี้ HAPPY BIRTHDAY อีกครั้งน่ะครับแม่ I LOVE YOU  and I’LL CONTINUE TO DO MY BEST FOR U ! คิดถึงแม่มากน่ะ
 
สัปดาห์นี้มีเรื่องราวที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นมากมาย เริ่มตั้งแต่การได้รับโจทย์ให้ร้องเพลงของเหล่า Boyband ถึง 3 วงด้วยกันซึ่งก็คือ UHT ,J KI และ DR.KIDS ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้มีโอกาสสวมบทบาทแบบนี้บนเวทีกับเค้าด้วยเพราะเท่าที่เคยวาดภาพตัวเองในฐานะนักร้องไว้ก็จะเป็นแนว R&B หรือเพลง BALLAD ช้าๆ ซึ้งๆซะมากกว่า ไม่ได้คิดว่าตัวเองเท่ห์หรือน่ารักพอที่จะเป็นสมาชิกวง BOYBAND อะไรแต่พอได้มาลองร้องเพลงแนวนี้ร่วมกับเพื่อนๆ นักล่าฝันคนอื่นก็รู้สึกสนุกไปอีกแบบและทำให้เข้าใจเลยว่าการจะเป็น BOYBAND ได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย กว่าจะเรียนรู้ท่าเต้นต่างๆ และนำมาประกอบกับการร้องเพลงให้ออกมาดูน่าสนใจก็ใช้เวลาซ้อมมากมาย

เรื่องของ TEAMWORK ก็เป็นอะไรที่สำคัญมากเพราะหากขาดตรงนี้ไปก็เหมือนขาดหัวใจของความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทำให้ไม่เหมือนว่าเรามาร้องเพลงด้วยกัน

ต้องขอขอบคุณแขกรับเชิญทั้ง 3 ท่านในสัปดาห์นี้ซึ่งก็คือ พี่จอย ชวนชื่น พี่ Poodle และน้องมด 3G ที่เข้ามาช่วยให้คำแนะนำกับพวกเราในเรื่องของการแสดง และการใช้อารมณ์ในการร้องเพลง อีกทั้งยังช่วยมาเพิ่มสีสันในบ้าน และสร้างความประทับใจให้กับพวกเราทุกคน พี่จอยและพี่ Poodle ตลกและเป็นกันเองมาก ส่วนน้องมดก็ทำเอานัทอึ้งไปเลยครับ เพราะส่วนตัวแล้วก็แอบปลื้มน้องเขามานาน เพราะน้องเขาเสียงสวยมีเอกลักษณ์ ดีใจมากที่ได้มาเจอตัวจริงและก็ตกใจมาก เพราะตอนต้นอาทิตย์ที่รู้โจทย์เพลงก็แอบพูดว่าอยากให้น้องมดมาเป็นแขกรับเชิญ แต่ก็ไม่คิดว่าทางพี่ๆ ทีมงานจะพามาจริงๆ (ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนมากค้าบ!)

ขึ้นคอนเสิร์ตครั้งนี้รู้สึกสนุกมากเลยครับมีคนมาดูเยอะมากๆๆ และก็ไม่รู้สึกเกร็งเท่าครั้งก่อนๆ เพราะมีพื่อนขึ้นไปร้องเพลงด้วยกันตลอด พออยู่บนเวทีก็รู้สึกเหมือนเราส่งพลังให้กันและกัน ทำให้ยิ่งมีความสุขเวลาได้ร้องเพลงและก็รู้สึกได้ว่าคนดูหลายๆ คนก็มีความสุขไปกับการแสดงของพวกเราขอบคุณทุกๆ เสียงกรี๊ด รอยยิ้ม และกำลังใจที่ทำให้พวกเราทุกคนมีแรงที่จะทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่บนเวทีครับ!

แต่แล้วในวีคนี้ก็มีเพื่อนอีกคนที่ต้องจากพวกเราไปซึ่งก็คือ น้องแคท V11 พอแคทต้องออกต่อจากปองก็ทำให้นัทรู้สึกสะเทือนใจพอสมควรเพราะเราสามคนเรียกกลุ่มเล็กๆ ของเราว่า “POWER THREE” จากการที่เราได้เบอร์ 21 22 23 ติดกันในการออดิชั่นรอบ 100 คน แล้วก็ได้รู้จักกันเข้ารอบต่างๆมาด้วยกันจนถึงรอบ 12 คนสุดท้าย พอปองและแคทเป็นสองคนแรกที่ต้องออกจากบ้านไปกลุ่ม POWER THREE ของเราก็เหลือแค่นัทคนเดียวถึงแม้จะเหลือเพื่อนๆ คนอื่นอยู่ในบ้านด้วยกันต่อก็อดที่จะรู้สึกแปลกไม่ได้เพราะเราสามคนบอกกันเสมอว่าเราจะต้องผ่านเข้ารอบต่างๆ ไปด้วยกันเรื่อยแต่ตอนนี้มันไม่ได้เป็นเช่นนั้นแล้ว....

แคท: พี่อยากจะบอกว่าพี่ดีใจมากที่ได้รู้จักกับน้องสาวที่น่ารักสุดๆคนนี้น้องสาวที่ไม่ธรรมดาที่ได้รับหน้าที่เป็นแม่ให้กับพี่เพื่อเติมความHYPER ให้กับพี่แถมยังเป็น  LILO ใจดีผู้รับเลี้ยงดู STITCH V1 &เ กโระ V9 ขอบคุณที่คอยสร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้เกิดขึ้นในบ้านหลังนี้อย่างไม่ขาดสาย พี่รู้สึก HAPPY ทุกทีที่ได้อยู่ใกล้ๆ แคทเพราะแคทจะมีมุขหรือท่าทางอะไรให้ขำอยู่เสมอพี่ชอบตรงที่แคทเป็นตัวของตัวเองและเป็นธรรมชาติตลอดเวลาก่อนเข้าบ้านเป็นยังไงก็ยังเป็นอย่างงั้น พี่เชื่อว่าทุกคนรับรู้ได้ถึงความจริงใจและความห่วงใยที่แคทมีให้สังเกตได้ง่ายๆ จากการที่แคทไม่เคยลืมที่จะบอก  “GOODNIGHT” กับพวกเราทุกคนซักคืนก่อนนอนแคทไปแล้วบ้านคงจะเหงาไปมาก พี่จะพยายามพูดให้มากขึ้นเพื่อไม่ให้แคทเปิดทีวีมาดูแล้วเห็นแต่บ้านในบรรยากาศหงอยๆ

แคทต้องดูแลตัวเองให้ดีด้วยนะ ตามความฝันของตัวเองต่อไปเพราะพี่แน่ใจว่ายังมีคนมากมายที่รอฟังเสียงที่สวยมีเอกลักษณ์ของแคท พี่จะคอยเอาใจช่วยและจะทำต่อไปให้ดีที่สุดครับ STITCH จะคิดถึง LILO เสมอนะ ฝากความคิดถึง ปอง บอมบ์ แมน เอี่ยว ดิว เดียร์ แอนตี้ แอ้ และน้ำฝนด้วย (ได้ป่ะ!)
  ก่อนจะจบไดอารี่นี้นัทก็อยากจะขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับทุกกำลังใจและคะแนนโหวตที่ทำให้นัทมีวันนี้ได้ขอให้ทุกคนมีสุขภาพที่แข็งแรงและมีความสุขทุกวัน เช่นเดียวกับที่นัทกำลังรู้สึกน่ะครับ
                                                                                   
LOVE

นัทV1


เมื่อคืนวันคอนเสิร์ต
ปล. ดีใจเป็นใจพิเศษที่ได้เห็นเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่เคยเรียนที่อเมริกาด้วยกันมาเชียร์กันเป็นกลุ่มใหญ่เลย ไม่ได้เจอหลายคนตั้งนานทุกคนสบายดีมั้ย น้องๆ บางคนนี่เพิ่งจบปริญญากันมาสดๆ ร้อนๆ เลยCONGRATULATIONS นะครับ!=>ขอบคุณที่ยังไม่ลืมกัน ดีใจมากๆๆที่ได้เห็นหน้าทุกคนหวังว่าทุกคน คง ENJOY คอนเสิร์ตคืนนั้นนะ MISS’ U ALL!!

 

 

 

 

 

V - D I A R Y # 5 ขอขอบคุณทุกๆ กำลังใจและคะแนนโหวต

22 ก.ค. 50 14:55


V1
           สวัสดีครับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคน ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุกๆ กำลังใจและคะแนนโหวตที่ทำให้นัทผ่านวีคที่ 5 มาได้และยังมีโอกาสได้อยู่ตรงนี้ต่อไป ดีใจจริงๆ ครับเพราะโจทย์เพลงลูกทุ่งเป็น THEME ที่นัทกลัวที่สุดตั้งแต่ก่อนเข้าบ้านแล้ว

            ตอนแรกที่รู้ว่าวีคนี้จะต้องร้องเพลงลูกทุ่งก็ต้องยอมรับว่าค่อนข้างเครียดเลยครับ เพราะเป็นแนวเพลงที่ไม่ค่อยฟังเท่าไร จึงไม่คุ้นเคยกับวิธีการออกเสียงและไม่ชินปากเท่าไรเวลาร้อง เพลงที่นัทได้ก็คือ รักคุณยิ่งกว่าใครของพี่ก๊อตจักรพรรณ์ อาบครบุรี บอกตรงๆว่ากังวลมากในตอนแรก เพราะร้องให้ครู VOICE ฟังกี่ทีก็ไม่สามารถทำให้เพลงฟังดูลูกทุ่งได้ ในขณะที่เพื่อนๆ หลายคนก็ทำได้ดีแล้ว เลยทำให้ยิ่งรู้สึกกดดัน

             ไม่ใช่เพราะต้องการเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นแต่เพราะ ไม่ต้องการให้คอนเสิร์ตที่ควรจะออกมาดีตั้งแต่ต้นจนจบต้องมีเพลงไหนที่ออกมาไม่ค่อยดี พอเพื่อนๆ หลายคนมองเห็นว่านัทเครียด ก็เข้ามาให้กำลังใจและให้คำแนะนำว่าควรจะปรับปรุงแก้ไขตรงไหนอย่างไร ทำให้รู้สึกประทับใจมากและมีแรงที่จะฮึดสู้และท้าทายตัวเองกับโจทย์เพลงที่ไม่ง่ายเลย สำหรับนัท (เคยพูดไปหลายทีแล้วแต่ก็อยากจะขอย้ำอีกทีครับ ว่ารู้สึกโชคดีจริงๆ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มคนที่น่ารักมากๆ กลุ่มนี้)

             สุดท้ายแล้ว ถึงแม้นัทจะรู้สึกเกร็งละกังวลกับเพลงของตัวเองมากจนถึงคืนวันศุกร์ แต่ก็รู้สึกโชคดีที่ได้มีโอกาสรู้จักเพลงลูกทุ่งดีขึ้น เพราะจากการฝึกฝนในวีคที่ผ่านมา ทำให้นัทสัมผัสได้ถึงเสน่ห์ที่บ่งบอกถึงความเป็นไทย ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใครของเพลงลูกทุ่ง นัทเชื่อว่าใครก็ตามที่ได้ดูคอนเสิร์ตก็สัมผัสได้ถึงเสน่ห์นี้ จากบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานความเป็นกันเองและรอยยิ้มมากมาย หากใครยังไม่เคยฟังหรือร้องเพลงลูกทุ่งเลยนัทขอแนะนำให้ลองฟังและร้องดูนะครับว่าอย่างน้อยก็จะได้ช่วยอนุรักษ์แนวเพลงซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของไทยเรา!

             ขึ้นคอนเสิร์ตครั้งนี้มีเรื่องแปลกใจที่ทำให้อดยิ้มและหัวเราะไม่ได้เมื่อมองไปในกลุ่มผู้ชมแล้วเห็นหลายๆ คนชูป้าย “STITCH” บางคนก็มีตุ๊กตามาจริงๆ ด้วยเพราะนี่เป็นฉายาที่เพื่อนๆ ในบ้านหลายคนใช้เรียกนัท( เพราะเวลานัทยิ้มแล้วจะเห็นฟันเยอะเหมือนเจ้า STITCH จากเรื่อง LILO&STITCH) แล้วอีกอย่างคนก็เรียกต้อลว่า เกโระเรียกพี่อิ๋งว่าเหล่าม่าและเรียกโจ้ว่า เหล่ากงชื่อเหล่านี้เป็นฉายาที่พวกเราใช้เรียกกัน ซึ่งพอได้ยินคนอื่นตะโกนชื่อพวกนี้ขึ้นมาบ้าง ก็รู้ได้ทันทีว่ามีหลายๆ คนที่คอยติดตามดูและเป็นกำลังใจให้พวกเราอย่างใกล้ชิด ขอบคุณจริงๆ ครับนัทว่าครอบครัว AF4 ของพวกเราคงสร้างรอยยิ้มให้ทุกคนได้ไม่มากก็น้อยทุกๆวันนะครับ

             ขอขอบคุณทุกๆ คนที่มาเชียร์นะครับเห็นมีเพื่อนๆพี่ๆ น้องๆ หลายคนที่ไม่เคยเห็นมาก่อนใส่เสื้อ NAT MATCHA GANG มาเป็นกำลังใจให้บางคนก็ทำป้ายมาเชียร์ บางคนก็ถือตุ๊กตาตัวเบ้อเริ่มเลย รู้สึกดีใจและซึ้งใจมากๆๆๆๆครับ เห็นป้ายเว็ปไซด์ WWW.NAT-TOL.COM ด้วยขอบคุณที่สร้างเวปไซด์ให้นะครับคิดถึงทุกๆคนที่ WWW.NATMATCHA. COM ด้วยนะครับ!หวังว่าทุกคนคงสบายดีนะ

            จากนี้ไปก็จะเข้าสู่สัปดาห์ที่ 6 ของ AF4 แล้วถ้าวีคนี้จบเมื่อไรก็เท่ากับว่าได้มาถึงครึ่งทางพอดี เวลาช่างผ่านไปเร็วจริงๆ ครับไม่ทันไรพวกเราก็ใช้ชีวิตร่วมกันมา เดือนกว่าๆในบ้านหลังนี้แล้ว วันแต่ละวันทำให้นัทได้รู้จักเพื่อนแต่ละคนดีขึ้นผูกพันกันมากยิ่งขึ้น แต่ก็เหมือนถูกเล่นตลกเพราะในขณะที่กำลังสนิทกับทุกคนมากขึ้นก็ต้องบอกลาเพื่อนทีละคนทุกสัปดาห์

              ในวีคนี้เพื่อนคนที่จากไปเป็นคนที่นัทรู้สึกว่ามีหลายๆ อย่างที่คล้ายคลึงกันกับตัวนัทเองและก็เป็นหนึ่งในคนที่นัทมีโอกาสได้รู้จักและใกล้ชิดขึ้นมากตั้งแต่เข้ามาอยู่ในบ้านเดียวกัน

 โจ้:เหล่ากง ผู้บ้าพลังของพวกเรา! เรารู้สึกดีจริงๆ ที่ได้มีโอกาสพูดคุยและรู้จักกับนายมากขึ้น อย่างที่เราเคยบอกโจ้ไปแล้ว เรารู้สึกว่าเราสองคนมีอะไรหลายอย่างที่คล้ายกัน เริ่มตั้งแต่การที่เราทั้งสองต่างกันเรียนจบมาในด้านที่ไม่ได้เกี่ยวกับดนตรีเลย แต่ก็ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ มาจนได้มาอยู่ตรงนี้เรามองเห็นความมุ่งมั่นและตั้งใจของโจ้และรู้ได้เลยว่าโจ้รู้สึกแบบเดียวกับเราว่ากว่าจะมาถึงจุดนี้มันไม่ใช่เรื่องง่าย และโอกาสที่พวกเราได้มาไม่ใช่อะไรที่ควรจะรับไว้ด้วยความตั้งใจเพียงครึ่งๆ กลางๆ เราสองคนจะโดน COMMENT บางทีว่า ตั้งใจเกินไปแต่เราอยากให้โจ้ภูมิใจในตรงนี้ไว้ก่อน

            อย่าคิดว่ามันเป็นอะไรที่เสียหายเราเป็นคนที่คิดเสมอว่า ตั้งใจมากไปดีกว่าตั้งใจน้อยไป เพราะถ้ามันมากไปจริงๆ เราก็แค่ต้องมาเพลาๆ และลดมันลงทีหลัง ยังไงก็ไม่มีใครมาว่าเราได้ว่าทำไม่เต็มที่ขอให้โจ้มุ่งมั่นอย่างนี้ต่อไปเพราะความมุ่งมั่นนี้จะต้องพานายไปได้อีกไกลอย่างแน่นอน เออ! แต่ขอว่าอะไรสักอย่างทำไมนายรีบทิ้งเราไปแล้วปล่อยให้เรากลายเป็นผู้ชายที่แก่ที่สุดในบ้านอย่างนี้!แล้วอีกอย่าง....ไม่มี เหล่ากง แล้วเหล่าม่า ก็เหงาล่ะสิ โจ้ไปแล้วบ้านก็ขาดสีสันไปเยอะน่ะไม่มีใครมาช็อตตัวเองให้พวกเราดูและก็เกือบจะไม่มีใครมาคอยปล่อยมุกแป็กแต่โชคดีที่นายถ่ายทอดวิทยายุทธให้เจ้าเกโระหยุดโลกไว้ก่อน แต่โจ้ไปเราก็ไม่รู้จะไปกัดใครดีต้องขอโทษด้วยที่เรากัดนายไว้เยอะเหมือนกัน (แต่ก็รักหรอกจึงหยอกเล่น......ใช่ป่ะ)

           เพื่อเป็นการขอขมาเหล่ากงเราขอสัญญาว่าไม่ว่าเราจะได้อยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหน เราจะสู้และจะพยายาม ต่อไปให้ดีที่สุด เพื่อทำแทนในส่วนของนายด้วย อย่าลืมว่ายังไงเราทุกคนก็คือ AF4… คิดถึงเสมอน่ะ

                                                                                                               LOVE
นัท V1

ปล.ก่อนจะจบ DIARY นี้ นัทขอเอาข้อดีๆ ที่ได้รับจากครูดาวในคลาส ACTING มาฝากทุกคนน่ะครับ ซึ่งก็คือเริ่มของการใช้สมาธิ...บางครั้งการที่เราทำอะไรออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควรนั้นไม่ใช่เพราะเราขาดสมาธิแต่เพราะเราไปมีสมาธิจดจ่อกับตัวผลลัพธ์มากเกินไป แทนที่จะตั้งสมาธิให้อยู่กับสิ่งที่เรากำลังทำอยู่จริงๆ พูดง่ายๆ ก็คือเรามัวแต่ไปคิดว่า จะต้องทำออกมาให้ดี และใจจดจ่ออยู่กับความคิดนั้นจนไม่เหลือสมาธิที่จะมาใส่ใจกับสิ่งที่ทำอยู่ได้อย่างเต็มที่ ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้ว ถ้าเรามีสมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ผลลัพธ์มันก็จะออกมาดีเอง..นัทขอให้ทุกคนมีสมาธิกับสิ่งที่ทำอยู่ทุกอยู่ทุกเวลาทุกวันนะครับ!

 

 V - D I A R Y # 6 สู่ครึ่งทางของการล่าฝัน

 

 

สวัสดีครับทุกคน สบายดีมั้ยครับ ไม่น่าเชื่อเลยนะครับว่าตอนนี้ AF4 ก็ได้ผ่านมาแล้วครึ่งซีซั่นพอดี ยังงงๆ อยู่เลยว่าเรายังได้อยู่ที่นี่จริงๆหรือ รู้สึกโชคดีและดีใจอย่างบอกไม่ถูกเลยครับที่มีทุกคนคอยสนับสนุน ทำให้นัทยังอยู่ตรงนี้และมีวันนี้ได้ ขอบคุณทุกคนมากครับ

            วีคที่ผ่านมาเป็นวีคของเพลง cover ส่วนตัวแล้ว ดีใจมากเลยครับ ที่ได้มาเจอโจทย์นี้ เพราะนัทชอบเพลงประเภทนี้อยู่แล้ว เวลาที่ได้ฟังเพลงเก่าๆ ถูกนำมา cover ใหม่ มันทำให้เรามีโอกาสได้รู้จัก และสัมผัสเพลงนั้นๆ จากมุมใหม่ๆ กับสีสันใหม่ๆ ทำให้เรารู้สึกว่า สิ่งที่เรียกกันว่า ดนตรี นี้เป็นอะไรที่มีเสน่ห์เหลือเกิน เป็นอะไรที่ไม่ตายตัว และสามารถเปลี่ยนแปลงไปได้ตามจินตนาการและอารมณ์ของผู้เรียบเรียง นักดนตรีและตัวนักร้องเอง เพลงๆ เดียวกันเมื่อถุกนำมา cover ในแบบต่างๆ กัน ก็สามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้คนมากมาย ที่มีรสนิยมทางดนตรีที่ต่างกัน ทำให้เพลงนั้นๆ ได้เป็นที่รู้จักกันมากขึ้น และเข้าไปอยู่ในใจผู้คนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าเพลงที่เป็นต้นฉบับ original จะเกิดขึ้นมานานเท่าไหร่แล้วก็ตาม

             และพวกเราก็ได้รับเกียรติจากนักร้อง 2 ท่าน มาเป็นแขกรับเชิญให้กับพวกเรา ซึ่งก็คือน้องลูกปัด และพี่ แป๋ว นภาดา ทั้งสองคนนอกจากจะเข้ามาให้คำแนะ ดีๆ แล้ว ยังโชว์เสียงร้องแบบสดๆ ให้พวกเราได้ฟังอีกด้วย ทำเอานัทอึ้งไปเลยครับ เสียงของทั้งสองคนมีพลัง สามารถสะกดคนฟังจริงๆ แถมยังร้องเพลงที่เอามา cover ใหม่ได้อย่างมีเสน่ห์มาก ฟังแล้วเป็นตัวของตัวเอง นัทเองก็พยายามร้องเพลง โจทย์วีคนี้ ( รักเก่าๆของ วงสามหน่อ ที่พี่ๆวง SOUL AFTER SIX เอามา cover ใหม่ ) ให้ออกมาเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด ถึงแม้สุดท้าย จะทำออกมาได้ไม่  PERFECT แต่ตอนอยู่บนเวที นัทมีความสุขมาก และเป็นเพลงที่มีกลิ่นไอของ R & B อยู่นิดๆ ซึ่งเป็นแนวเพลงที่นัทชอบฟัง และอยากร้องให้ได้ ดีใจมากที่มีโอกาสร้องเพลงแนวนี้ให้ทุกคนฟังครับ

            บนคอนเสิร์ต วีคนี้ มีเรื่องราวสนุกสนานมากมาย แต่ก็มีเรื่องที่นัทเชื่อว่าทำให้หลายๆคน ต้องตกใจมาก ซึ่งก็คือ การที่น้องแจ๊ค V2 ต้องเป็นคนที่เดินจากพวกเราไปครั้งนี้ ทั้งๆ ที่แจ๊ค ร้องเพลง เพียงกระซิบได้ดีมาก จำได้เลยว่าพอการแสดงจบลง เสียงกรี๊ด และเสียงปรบมือดังสนั่นไปทั่วทั้ง Thunder Dome อยู่นานมาก นานกว่าเพลงอื่นๆ ทุกเพลงเลยด้วยซ้ำ ตอนที่อาต้อยประกาศว่า ผู้ได้คะแนนโหวตน้อยที่สุดในวีคนี้ เป็น สุภาพบุรุษนัทไม่คิดเลยว่าจะเป็น แจ๊ค ตอนนี้รู้สึกจริงๆ ว่าเราไม่สามารถคาดเดาอะไรได้เลย อะไรก็เกิดขึ้นได้ในรายการนี้

            แจ๊ค: พี่อยากบอกกับแจ๊คว่าพี่ดีใจมากที่ได้รู้จักกับแจ๊ค ดีใจที่แจ๊คไว้วางใจและเปิดใจคุยกับพี่มากขึ้น หลังจากที่เราได้เข้ามาอยู่บ้านด้วยกัน แจ๊คเป็นน้องที่น่ารัก และเป็นคนที่มีระเบียบวินัยและความตั้งใจสูง หลายๆ วีคที่ผ่านมาก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ข้อดีของแจ๊ค ตรงนี้มันทำให้แจ๊คสามารถร้องเพลงทั้งในแบบที่ถนัดและไม่ถนัดออกมาได้ดี และพี่ก็เชื่อว่าแจ๊คยังสามารถพัฒนาความสามารถ ของตัวเองให้เก่งขึ้นไปอีกอย่างแน่นอน

          ไม่รู้ว่าเค้าจะมีวีคเพลง Broadway รึเปล่า แต่ถ้ามีพี่จะพยายามทำแทนในส่วนของแจ๊คนะ  เห็นแจ็คบ่นว่าอยากร้องมานานละ ยังไงพี่ก็เชื่อว่าคงอยากมีคนเอาแจ็คไปเล่นละครเพลงเรื่องอะไรซักอย่าง ขอให้ได้ทำในสิ่งที่ฝันไว้นะครับ พ่อบ้านที่ดีอย่างแจ็คไม่อยู่แล้วบ้านของเราคงต้องบังคับตัวเองให้มีความรับผิดชอบกันมากขึ้น ทุกคนคงจะเหนื่อยขึ้นกว่าเดิมหน่อย แต่เราจะไม่ทำให้แจ็คผิดหวังอย่างแน่นอน !

           ก่อนจะไปนัทอยากจะขอบคุณครอบครัว ญาติๆ เพื่อนๆ และแฟนๆ ทุกคนที่ยังเป็นกำลังใจให้เหมือนเดิม ขอให้ทุกคนมีความสุข มีสุขภาพที่แข็งแรง เจอแต่สิ่งดีๆทุกวัน หวังว่าจะมีโอกาสได้กลับไปเล่าประสบการณ์ดีๆ ให้ทุกคนได้อ่านอีก ในวีคต่อไปนะครับ!

                                                                                                                                                                      Love ,
                                                                                                                                                                      นัท V1

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

V - D I A R Y # 7 รักและผูกพัน

รักและผูกพัน

5 ส.ค. 50 11:31


            สำหรับใน weekที่ผ่านมา พวกเราเหลือกันอยู่แค่ 8 คน ชาย 4 หญิง 4 บรรยากาศในบ้านก็เงียบลงไปกว่าเดิม  ทุกๆ ครั้งที่พวกเรามาอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาก็มักจะรู้สึกเอะใจขึ้นมาว่า นี่ครบทุกคนแล้วหรือ เพราะเราเริ่มจากการ มี20 คน จากการอยู่ร่วมกันในแบบที่พูดได้ว่าปารศจากความเงียบ เพราะไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของบ้านก็จะมีเสียงคนคุยกันหัวเราะกันหรือร้องเพลงกัน

            แต่ตอนนี้พวกเพื่อนๆ ของเราก็หายไปเกินครึ่งแล้ว มันเป็นความรู้สึกที่แปลก แต่นัทก็รู้สึกได้ว่าพวกเราทุกคนที่เหลืออยู่ก็พยายามสร้างสีสัน รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะให้เกิดขึ้นในบ้านอยู่เรื่อยๆ แทนเพื่อนๆ ทุกคนที่ออกไปก่อน ต่างคนต่างปล่อยมุขกัดกันมากขึ้น ตี๋กับพะแพงก็โดนแซวมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าเป็นคู่กัดที่แอบรักกัน (จริงๆแล้วน้องเขาก็แค่เป็นเพื่อนที่สนิทกันมากน่ะครับ คงต้องรอลุ้นกันต่อไปว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองคนจะพัฒนาไปลึกซึ้งยิ่งกว่านี้รึเปล่า!อิอิ)

            ต้อลเจ้าน้องชายบ้านเดียวกันของนัทก็ยังคงปล่อยมุขที่ทำให้โลกต้องหยุดหมุนไปชั่วขณะออกมาเรื่อยๆ ส่วนพี่อิ๋งนั้นจากที่ถูกเรียกว่าเป็นหนึ่งใน ตัวแม่ ของบ้าน Af4ในเรื่องของการร้องเพลง ตอนนี้ก็เริ่มจะกลายเป็น ตัวแม่ ในการปล่อยมุขแซวคนอื่นแล้วนัทเองก็โดนเล่นงานหลายครั้งเลยครับ แต่ก็สนุกดีครับ โดนแซวบ่อยๆทำให้รู้สึกไม่เหงาดี

            โจทย์เพลงในวีคที่ผ่านมาก็คือบทเพลงของเหล่า Super Stars  ทั้งของไทยและต่างประเทศ เพลงที่นัทได้ร้องคือ All I Ask of you  (จากละครเพลงเรื่อง Phantom of The Opera ) และ คู่กัดของพี่เบิร์ด-ธงไชย แม็คอินไตย ดีใจมากเลยครับที่มีโอกาสได้ร้อง 2เพลงนี้ เพลง All I Ask of you ทำให้นัทนึกถึงสมัยที่ไปเรียน High School ที่อเมริกา ซึ่งเป็นช่วงที่นัทเริ่มรู้จักกับละครเพลงของที่โน่น และเริ่มรู้สึกหลงใหลในศิลปะแขนงนี้ จำได้ว่าครั้งแรกที่มีโอกาสแสดงละครเพลงของที่โรงเรียนเป็นประสบการณ์ที่สนุกมาก การถ่ายทอดเรื่องราวของตัวละคร ผ่านเพลงร้องของเราเอง และสื่อสารกับตัวละครอื่นๆ ด้วยเสียงเพลงเป็นอะไรที่ท้าทาย โดยเฉพาะกับนักเรียนต่างชาติ อย่างนัท ภาษาอังกฤษยังไม่แน่นเท่าไหร่นัก แต่พอเราสามารถร้องประสานกับคนอื่นได้อย่างลงตัวแล้วมันเป็นความรู้สึกที่พิเศษมาก

            ช่วงที่เรียน High School นัทมีโอกาสได้ร่วมเล่นละครเพลงประจำปี ของโรงเรียนทุกปี มันเป็นอะไรที่นัทตั้งหน้าตั้งตารอที่จะทำทุกๆ ปีเลยก็ว่าได้ เล่นเรื่องไหนก็รู้สึกผูกพันกับเพื่อนๆ ที่ร่วมเล่นด้วยกันมาก เพราะว่าเราจะใช้เวลาซ้อมกันค่อนข้างเยอะ เป็นเวลาหลายดือนกว่าจะเปิดการแสดงจริง

            เรื่องสุดท้ายที่นัทได้เล่นตอนอยู่ Grade 12 ก็คือเรื่อง A Chorus Line จำได้แม่นเลยว่าหลังจากที่แสดงรอบสุดท้ายจบลง นักแสดงทุกคนถึงกับต้องร้องไห้ออกมา ด้วยความรู้สึกเสียใจที่จะไม่ได้แสดงร่วมกันอีก เพราะหลายๆ คน รวมทั้งนัท ในตอนนั้นก็ใกล้จบ High School แล้ว ส่วนตัวนัทคิดว่าหลังจากนั้น คงจะไม่มีโอกาสได้เล่นละครเพลงอีกแล้ว การที่ได้มาร่วมร้องเพลง All I Ask of you  คู่กับลูกโป่ง บนเวที AF4 ทำให้นัทได้ระลึกถึงความทรงจำดีๆ เก่าๆ มากมาย เหมือนกับการได้เล่นละครเพลงอีกครั้ง ถึงแม้จะเป็นช่วงระยะเวลาเพียงไม่กี่นาทีก็ตาม (แจ็ค- พี่รู้ว่าถ้าแจ็คยังอยู่ แจ็คต้องอยากร้องเพลงนี้มาก เพราะแจ็คชอบละครเพลงเรื่องนี้ และเพลงแนวนี้มากอยู่แล้ว พี่หวังว่าพี่คงไม่ทำให้แจ็ค ผิดหวังนะครับ)

            ส่วนเพลง คู่กัดก็ทำให้นัทได้มีโอกาสถ่ายทอดบทเพลงสุดฮิตของ Super Stars ตลอดกาลของเมืองไทยอย่างพี่เบิร์ด ตอนแรกก็มีความรู้สึกกดดันอยู่ เพราะเป็นเพลงที่มีคนรู้จักเยอะมาก กลัวว่าจะทำออกมาไม่ดี เพราะนัทเองก็ไม่ถนัดร้องเพลงเร็ว แต่สุดท้ายนัทก็เลือกเพลงที่จะให้ความสุขกับคนดูให้สุดความสามารถ หลังจากที่ได้ฟัง comments แล้ว นัทก็ได้รับข้อแนะนำหลายอย่างเพื่อที่จะนำไปปรับปรุงข้อเสียหรือจุดอ่อนของตัวเองต่อไป แต่ถึงแม้การแสดงจะออกมาไม่ perfect แต่นัทก็หวังว่าทุกคนคงจะได้ยิ้มและมีความสุขไปกับการแสดงของนัทไม่มากก็น้อยนะครับ (ถ้าท่าเต้นของนัทมันดูดุ๊กดิ๊ก ไปก็อย่าว่ากันนะครับ จะพยายามเต้นให้ดีขึ้นเรื่อยๆครับ)

            และในวีคนี้ก็มีเรื่องที่ทำให้ทุกคนต้องตกใจมากอีกครั้ง ซึ่งก็คือการที่ปุยฝ้าย V18 เป็นผู้ที่ต้องเดินจากพวกเราไปทั้งๆ ที่ฝ้ายยังไม่เคยต้องออกไปยืนปากเหวเลยด้วยซ้ำ ตอนก่อนเข้าบ้านมีคนมาสัมภาษณ์พวกเราว่าคิดว่าใครน่าจะได้  The winner ของซีซั่นนี้ ซึ่งนัทและเพื่อนๆ หลายคนก็ตอบไปว่าน่าจะเป็นฝ้าย เพราะน้องเค้าเป็นคนที่ร้องเพลงเก่งมาก มีเสียงที่เป็นเอกลักษณ์แถมยังมีบุคลิกที่จริงใจเป็นธรรมชาติเป็นที่รักของทุกคนที่ได้ใกล้ชิดและรู้จักเค้า การที่จู่ๆ ฝ้ายต้องออกไปจึงทำให้เราทุกคนประหลาดใจมากและก็เข้าใจจริงๆ ว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ในรายการนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



ฝ้าย...

            พี่อยากจะบอกว่าพี่ดีใจที่ได้มาสนิทกับฝ้ายมากขึ้น หลังจากที่เราได้เข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในบ้านด้วยกัน ขอบคุณที่ฝ้ายพยายามเข้ามาหาพี่ เพื่อที่จะรู้จักพี่ให้มากขึ้น พี่ดีใจที่ได้มารู้จักกับน้องสาวที่น่ารักสุดๆ คนนี้ ฝ้ายมักจะมีเรื่องมาเล่าสนุกๆ และมุขตลกๆ มาทำให้พวกเราอารมณ์ดีเสมอเป็นสีสันสดใสที่ไม่มีใครเหมือนในบ้านหลังนี้

            พี่อาจจะไม่ได้บอกกับฝ้ายบ่อยนัก แต่พี่เป็นคนหนึ่งที่ชื่นชมในความเป็นธรรมชาติและความจริงใจของฝ้ายมากทั้งในเวลาที่ฝ้ายร้องเพลงและในตอนที่ฝ้ายใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับทุกคนในบ้าน และฝ้ายก็เป็นอีกคนที่มีความพยายามและความตั้งใจมาก สังเกตง่ายๆ จากการที่ฝ้ายนั่งฝึกฝนตัวเองทุกวัน จนเล่นคอร์ดหลายๆ คอร์ดบนเปียโนได้มันไม่ใช่อะไรที่ทำได้ง่ายเลยภายในเวลาไม่กี่วัน และพี่ก็คงไม่จำเป็นต้องพูดถึงความตั้งใจในการแสดงคอนเสิร์ตในแต่ละครั้งของฝ้าย เพราะพี่รู้ว่าฝ้ายเต็มที่กับมันทุกครั้ง

            ถึงแม้บางทีจะมีปัจจัยบางอย่างที่ทำให้ฝ้ายรู้สึกเครียดไปบ้างแต่พี่อยากให้ฝ้ายภูมิใจในตัวเองมากๆ นะ จงเชื่อมั่นในตัวเองเสมอว่าฝ้ายเป็นคนที่ร้องเพลงเก่งและเพราะมาก เพราะพี่มั่นใจว่านั่นคือความจริงที่หลายๆ คนก็มองเห็น พี่เชื่อว่าฝ้ายจะมีอนาคตที่ดีบนเส้นทางของการเป็นนักร้อง พี่ออกไปจากบ้านเมื่อไหร่เราต้องเจอกันและร่วมงานกันอีก เมื่อถึงเวลานั้นก็อย่าลืมเข้ามาหยอกล้อเล่นกับพี่ให้มากขึ้นอีกนะ (วันนี้พี่กินทั้งส้มตำและไอติม strawberry cheesecake ที่ฝ้ายชอบเผื่อฝ้ายแล้วนะครับ)

            ก่อนจบไดอารีนี้นัทก็อยากจะขอฝากข้อคิดดีๆ ที่ได้มาจากครูรักให้กับทุกคนนะครับ ครูรักเล่าให้พวกเราทุกคนฟังว่าเค้าเรียนรู้ที่จะรักลูกศิษย์ทุกคนของเค้าได้เพราะเค้ามีตะกร้าอยู่สองใบ ใบหนึ่งไว้เก็บดอกไม้ เก็บเอาส่วนที่ดีที่น่ารักของแต่ละคนที่เขาได้พบเจอและรู้จัก ส่วนอีกใบหนึ่งเอาไว้เก็บ ขยะ ซึ่งก็คือข้อเสียของแต่ละคนที่อาจจะสร้างความหงุดหงิดให้กับเขาได้ และตะกร้าที่เก็บขยะนี้ก็คือใบที่เค้าจะโยนทิ้งไปเหลือไว้เพียงแต่ตะกร้าที่เต็มไปด้วยดอกไม้ เพียงเท่านี้เค้าก็สามารถมองเห็นแต่ละส่วนที่ดีของแต่ละคนและรักทุกคนได้....ใครที่ตอนนี้ยังเก็บทั้งดอกไม้และขยะไว้อยู่หรือเก็บแต่ขยะก็ลองทิ้งขยะไปบ้างและเก็บดอกไม้ให้มากขึ้นนะครับ นัทเชื่อว่าถ้าเราทำได้อย่างนั้นจริงๆตัวเราเองก็จะมีความสุขมากขึ้นจากการที่เราได้รู้สึกดีกับทุกๆคนรอบตัวเรามากขึ้น


ขอให้ทุกคนรักษาสุขภาพของตัวเองให้ดีแล้วเจอกันในคอนเสิร์ตครับ!!

LOVE
นัท  V1

ปล.แม่ครับใกล้จะถึงวันแม่แล้วไม่รู้ว่าวีคนี้จะได้ร้องเพลงอะไรแต่นัทหวังว่าจะเป็นเพลงที่แม่ชอบนะ รักแม่มากนะครับ! คิดถึงทุกคนที่บ้านเสมอครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 V - D I A R Y # 8 เรื่องราวดีๆ เกิดขึ้นมากมายใน 1 สัปดาห์

 

สวัสดีครับทุกคน นัทเกือบจะไม่ได้มาเขียนไดอารี่ให้ทุกคนอ่านซะแล้ว ในวีคที่ผ่านมานัทได้ออกไปยืนปากเหว เป็น 1 ใน 3 คน นักล่าฝันที่มีคะแนนโหวตน้อยที่สุดแต่บอกตรงๆ นะครับว่านัทไม่ได้รู้สึกตกใจหรือเสียใจเลย มีเรื่องราวดีๆ เกิดขึ้นมากมายในช่วงระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา นัทได้มีโอกาสสัมผัสและเก็บเกี่ยวความประทับใจมากมายจนทำให้รู้สึกอิ่มใจจริงๆ นัทมีความสุขมากเลยครับ

         โดนเฉพาะในคืนวันคอนเสิร์ต ขอบคุณพี่ๆ ทีมงานทุกคนสำหรับเซอร์ไพรส์ที่สุดยอดจริงๆ ที่ทำให้พวกเรามีโอกาสได้กอดแม่ ได้บอกรักแม่ใกล้ๆ และได้กราบเท้าแม่ในวันแม่ครั้งนี้ และขอบคุณที่พาเพื่อนๆ ที่ออกไปแล้วมาให้พวกเราได้เจอกันอีก (ทุกคนหล่อสวยขึ้นมาก!!) และที่สำคัญนัทอยากจะขอขอบคุณทุกรอยยิ้มทุกเสียงกรี๊ดทุกป้ายเชียร์ทุกกำลังใจที่ทุกคนมอบให้กับนัท มันทำให้นัทรู้สึกอบอุ่นและมีความสุขจริงๆ ครับ ถ้านัทเป็นคนที่ต้องออกไปในคืนนั้นนัทก็คงจะเดินจากไปด้วยความรู้สึกภูมิใจและโชคดี ไม่เสียใจแน่นอนครับ (แต่ก็ดีใจมากๆที่ยังอยู่ต่อนะ!)

          ชีวิตในบ้าน AF4 ในวีควันแม่เป็นช่วงเวลาที่นัทและเพื่อนๆ ทุกคนจะจดจำไปอีกนานเพราะเป็นหนึ่งสัปดาห์ที่ต้องเรียกว่ากระชากอารมณ์พวกเราซะเหลือเกิน เริ่มตั้งแต่ตอนที่ ตี๋ มิว และพะแพง โดนครูใหญ่สั่งกักบริเวณเนื่องจากทั้งสามคนเผลอไปฝ่าฝืนกฎบางข้อของทางรายการ  ส่วนตัวแล้วนัทรู้สึกว่ามันเป็นการลงโทษที่ค่อนข้างรุนแรงและรู้สึกสงสารน้องๆ ทั้งสามคนมากที่ต้องอยู่แต่ในห้องครูใหญ่ทั้งวันจนถึงเวลาเข้านอน ในห้องนั้นไม่มีอะไรทำเลยจริงๆ นอกจากคุยกัน นอน หรือทานอาหารที่พวกเราเหลือ อีก 4 คน (นัท ต้อล ลูกโป่ง พี่อิ๋งอิ๋ง) เอาขึ้นไปให้ ถ้านัทเป็นตี๋ มิว หรือพะแพง นัทคงจะรู้สึกเครียดและหงุดหงิดมาก เพราะนัทเป็นคนที่ลึกๆแล้วค่อนข้างจะคิดมากและใจร้อน

         บรรยากาศในบ้านวันนั้นก็ค่อนข้างเงียบเหงาและหงอยเลยทีเดียว เพราะตอนแรกมีกันแค่ 7 คนก็เหงาอยู่แล้ว แต่นี่เล่นอยู่ดีๆก็เหมือน หายไปอีก 3 คน เลยทำให้ทุกอย่างยิ่งรู้สึกวังเวงแบบแปลกๆ วันนั้นทั้งวันเวลาดูจะผ่านไปช้ากว่าปกติ จริงๆ แล้วไม่ใช่เพียงตี๋ มิว และพะแพง ที่รอให้ถึงเวลาที่อยากจะออกมาจากห้องครูใหญ่ได้ แต่นัท ต้อล ลูกโป่ง และพี่อิ๋งอิ๋งเอง ก็รอให้ถึงเวลาที่เราจะได้รับน้องๆ อีกทั้งๆ ที่ไม่ได้เจอกันเพียงไม่กี่ชั่วโมงแต่กลับเหมือนเราไม่ได้เจอกันหลายวัน พอเจอกันอีกทีเลยถือโอกาสนั่งเม้าท์น้องๆ ทั้งสามคนไม่มีเจตนาจะฝ่าฝืนกฎหรือทำให้ใครต้องเดือดร้อน จากนี้ไปเค้าก็คงจะน่ารักขึ้นเรื่อยๆให้ทุกคนได้เห็นอย่างแน่นอน

         เรื่องต่อมาที่ทำให้ประหลาดใจมากก็คือ Theme ของเพลงในวีคนี้เพราะตอนแรกทุกคนก็เดาน่าจะเป็นเพลงที่เกี่ยวกับแม่ เพราะเป็นสัปดาห์วันแม่พอดีแต่พอเหล่าครู Voice เข้ามาเฉลยกับกลายเป็นว่า Theme ของวีคนี้คือ Tele songs ซึ่งก็คือเป็นเพลงที่เกี่ยวกับการสื่อสารโดยมีโทรศัพท์เป็นตัวกลางสื่อความรู้สึกต่างๆ เพิ่งมาเข้าใจเหตุผลที่เค้าเลือก Theme นี้ก็ตอนที่คุณแม่ของลูกโป่งโทรมาคุยกับน้องเค้าผ่านโทรศัพท์ตุ๊กตาหมีที่พี่ๆทีมงานเตรียมไว้ให้พวกเรา ตอนนี้ก็เลยได้รู้ว่า Surprise อย่างแรกที่จะเกิดขึ้นในวีคนี้คือการที่พวกเราแต่ละคนจะมีโอกาสได้คุยกับแม่ของตัวเองหลังจากที่ไม่ได้คุยกันเลยเป็นเวลาเกือบ 2 เดือนตั้งแต่เข้าบ้านมาทุกคนตื่นเต้นมากและทุกครั้งที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นพวกเราก็จะรีบวิ่งไปรับเพราะไม่รู้ว่าจะต้องเป็นแม่ของใครสักคนโทรมา

         นัทจำได้แม่นเลยว่าตอนเช้าวันศุกร์ทันทีที่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นนัทกับมิวซึ่งเป็น 2 คนสุดท้ายที่ยังไม่ได้คุยกับแม่ในตอนนั้นก็รีบกระโดดออกจากเตียงตัวเองเพื่อวิ่งไปรับโทรศัพท์ พอนัทได้รู้ว่าเป็นแม่นัทโทรมาก็ดีใจมากแอบโมโหตัวเองเล็กน้อยที่เสียงบู้บี้มากเพราะเพิ่งตื่นนอน แต่นัทอยากจะบอกแม่ว่าแม่ใช้เวลา 5 นาทีที่เค้าให้เราคุยกันได้คุ้มค่ามาก  จริงๆแล้วนัทมีคำถามมากมายและก็คิดอยู่ว่าจะพูดอะไรกับแม่ดีให้คุ้มค่ากับช่วงเวลาสั้นๆที่ได้มา

         แต่พอนัทรับโทรศัพท์ปุ๊บแม่ก็เปิดฉากพูดก่อนเลยว่า แม่มีเวลาคุยกับลูกเพียง 5 นาที  สิ่งที่แม่อยากจะบอกลูกก็คือ แล้วมี่ก็พูดมารัวเลย แม่รู้ไหมครับว่าสิ่งที่แม่เลือกที่จะบอกกับนัทในช่วงเวลาในไม่กี่นาทีนั้น มันทำให้คำถามที่นัทยังข้องใจอยู่หายไปเกือบหมด  ความเครียดความรู้สึกกังวลในเรื่องต่างๆ ที่สะสมมาก็ไม่เหลือเลยเพียงแค่นัทได้รู้ว่าพ่อและแม่ยินดีและมีความสุขที่ได้เห็นนัททำในสิ่งที่ตัวเองรักแค่นี้นัทก็มีความสุขมากแล้วครับ

         ตั้งแต่เรียนจบมานัทก็รู้ว่าทั้งพ่อและแม่ยังกังวลอยู่มากกับการที่นัทเลือกที่จะตามล่าความฝันของตัวเองเลือกที่จะเดินบนเส้นทางที่ไม่มั่นคงนักเลือกที่จะเสี่ยงแทนที่จะไปหางานด้านอื่นทำนัทอยากขอบคุณพ่อและแม่ที่ให้อิสระกับนัทในการเลือกทางเดินชีวิตและเชื่อมั่นในการตัดสินใจของนัท  ขอบคุณที่ให้โอกาสนัทแสดงว่าการร้องเพลงคือสิ่งที่นัทรักสิ่งที่นัททำแล้วมีความสุขที่สุดวันนี้แค่นัทได้รู้ว่าทั้งพ่อและแม่เต็มใจที่จะสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้นัททำความฝันให้เป็นจริง เพียงเท่านี้นัทก็พอใจและพร้อมที่จะสู้ต่อไปอย่างไม่หวั่นไหวกับเรื่องใดๆ แล้วครับ อยากให้ทั้งพ่อและแม่รักษาสุขภาพของตัวเองให้ดี Love&Miss U Both ครับ!

         ถัดจากเรื่องที่น่าประทับใจก็มาถึงเหตุการณ์ที่ทำให้นัทรู้สึกผิดมากและก็เสียขวัญไปเลยซึ่งก็คือตอนที่นัทเล่นละครในคลาส Acting ของครูรักแล้วพลาดไปทำให้ตี๋บาดเจ็บ ละครที่เล่นเป็นแนวศึกชิงบัลลังก์แบบในหนังจีน นัทได้แสดงเป็นฮ่องเต้ที่เอาแต่เสาะหาความสุขส่วนตัวไปวันๆไม่ใส่ใจเรื่องของบ้านเมือง ส่วนตี๋รับบทเป็นองค์ชายลูกพี่ลูกน้องของฮ่องเต้ที่ไม่พอใจในความประพฤติของฮ่องเต้และต้องการมายึดบัลลังก์ พอมาถึงฉากในตอนท้ายทีเราสองคนต้องสู้กันด้วยเหตุที่ละครที่เราเล่นเป็นการ Improvise แสดงสดล้วนๆม่าได้ซักซ้อมอะไรกันมาก่อนเลย นัทมเลยเผลอฟาดเชิงเทียนที่ใช้เป็นดาบไปโดนนิ้วมือของตี๋ จนเลือดออกตอนนั้นนัทงงและตกใจมากจริงๆ ครับเลยรีบพาน้องเขาไปทำแผลพร้อมกับภาวนาไม่ให้เค้าเป็นอะไรมากรู้สึกผิดจริงๆ และก็โมโหตัวเองที่ไม่รอบคอบพอ น่าจะเอากระดาษมาใช้เป็นดาบตั้งแต่แรกจะได้ไม่เป็นอันตรายกับใคร

       

 

 

 

 

 โชคดีที่สุดท้ายอาการบาดเจ็บของตี๋ไม่ได้หนักหนาสาหัส ครูรักเองก็บอกนัทว่าอย่าไปเครียดเพราะมันเป็นแค่อุบัติเหตุในการแสดงละคร แต่นัทก็อดไม่ได้ที่จะโทษตัวเองได้แต่คิดว่าหากเผลอฟาดไปโดนตี๋แรงกว่านี้แล้วจะเป็นยังไงนัทอยากจะขอใช้โอกาสตรงนี้ขอโทษแฟนคลับของตี๋และทุกๆคนที่เป็นห่วงตี๋นะครับต่อจากนี้ไปนัทจะระวังให้มากขึ้นครับ

         และพอมาถึงคืนวันคอนเสิร์ตจริงก็มีเรื่องมาเซอร์ไพรส์พวกเราเพิ่มขึ้นอีกเริ่มตั้งแต่เพลงแรกสุดที่เป็นการถวายพระพรแด่สมเด็จพระราชินี ตอนแรกพี่ๆ ทีมงานบอกพวกเราว่าจะมีกลุ่มนักร้องประสานเสียงขึ้นมาร้องเพลงนี้ แต่ที่ไหนได้จริงๆแล้วเป็น ฝ้าย ปอง แคท โจ้ และแจ็คนั่นเองดีใจมากที่ได้เห็นทุกคนขึ้นมาร้องเพลงบนเวที AF4 อีก (แต่แอบงงว่าทำไมทุกคนออกไปแล้วดูดีขึ้นมากในขณะที่เราหน้าตาโทรมขึ้นเรื่อยๆ เอ๊ะยังไง ) แล้วยังมีการให้เพื่อนๆ ที่เหลือในกลุ่ม 20 คน ของพวกเรากลับมาพูดคุยกับเราในช่วงที่อาต้อยสัมภาษณ์เราแต่ละคนไม่ได้เจอกันตั้งนานดีใจที่ดูทุกคนแข็งแรงและสดใสร่าเริงเหมือนเดิมหวังว่าพวกเราที่เหลืออยู่คงไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังนะไม่รู้ว่าทุกคนทำอะไรกันอยู่แต่ขอให้มีงานดีๆ เข้ามาไม่ขาดสาย แต่อย่ายุ่งเกินไปจนไม่มีเวลาไปเที่ยวด้วยกัน 20 คน หลังจากจบซีซั่นละ

          อีกหนึ่ง Surprise ที่เกิดขึ้นก็คือการที่นัท พะแพง ตี๋ มิว ลูกโป่ง และพี่อิ๋งได้ขึ้นไปเซอร์ไพรส์ ต้อลในเพลง เพราะเคืองฉัน โดยที่ต้อลไม่ได้รู้มาก่อนเลยจริงๆ แล้วพวกเราอีก 6 คนเองก็ไม่รู้มาก่อนว่าจะต้องขึ้นไปแจมกับต้อล เพิ่งมารู้ก็ช่วงซ้อมในตอนเช้าวันเสาร์พวกเราได้ไปดูต้อลซ้อมเพลงเดี่ยวโดยมีสาวๆ แดนเซอร์แกล้งแสดงแทนพวกเราให้เราพอเห็นว่าพอถึงเวลาจริงจะต้องทำอย่างไรบ้างไม่มีการซ้อมเลยครับเพราะพี่ๆ ทีมงานต้องการจะเซอร์ไพรส์ต้อลจริงๆ

         นัทได้เล่นเป็นบทเพื่อนต้อลที่บ้านรวย และก็เขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้งเป็นว่าเล่นส่วนเพื่อนๆ ที่เหลือก็เล่นเป็นโทรศัพท์รุ่นต่างๆ พี่ๆ ทีมงานเขาบอกว่าปกติเราจะเห็นต้อลนิ่งๆ ไม่ค่อยได้บ้าบนเวทีเท่าไร เลยอยากให้ทุกคนขึ้นไปช่วย Build ให้ต้อลได้สนุกออกมาเต็มที่ซึ่งนัทกคิดว่าต้อล ก็ผ่อนคลายและสนุกกับการร้องเพลงนั้นจริงๆ เห็นหน้าที่งงๆ ของต้อลตอนที่พวกเราทุกคนขึ้นไปบนเวทีแล้วอดขำไม่ได้เลยครับรู้สึก แฮปปี้มากที่มีโอกาสได้เซอร์ไพรส์เจ้าน้องชายคนนี้ร่วมกับเพื่อนๆ ทุกคนนัทเชื่อว่าทุกคนคงจะจดจำรอยยิ้มและความสนุกสนานที่เกิดขึ้นบนเวทีในเพลงนี้ไปอีกนานอย่างแน่นอน

         เซอร์ไพรส์ที่สุดยอดอีกอย่างก็คือการที่ได้กอดและกราบเท้าแม่บนเวทีอย่างที่นัทได้เล่าไปแล้วไม่รู้จะอธิบายยังไงดีแต่ในใจนัทตอนนั้น มันเต็มไปด้วยความสุขจริงๆ ครับขอบคุณพี่ๆ ทีมงานทุกคนที่ช่วยทำให้ Surprise ที่อบอุ่นอันนี้เกิดขึ้นได้ในวันที่มีความหมายเช่นนี้ครับ

         แต่ก่อนคอนเสิร์ตจะจบลงก็มีอีกเซอร์ไพรส์ที่มากระชากอารมณ์พวกเราทุกคนซึ่งก็คือ การที่พี่อิ๋งต้องเป็นคนที่จากพวกเราไปในวีคนี้ตอนแรกพวกเราก็พยายามเดาว่าคงไม่มีใครต้องออกในวีควันแม่แต่แล้วมันก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้น

พี่อิ๋ง นัทอยากจะบอกว่านัทดีใจมากที่ได้มีโอกาสสนิทกับพี่อิ๋งมากขึ้นเยอะตั้งแต่ได้เข้ามาอยู่ในบ้านพี่อิ๋งเป็นพี่ใหญ่ของบ้านที่น่ารักมากอารมณ์ดีเอาใจใส่ทุกคนและมักจะมีข้อคิดดีๆ มาแบ่งปันให้พวกเราเสมอ นัทชื่นชมในความสามารถของพี่อิ๋งมาก พี่อิ๋งโดนเปลี่ยนสไตล์ทุกวีคแต่พี่อิ๋งก็ทำได้ดีทุกครั้ง แถมยังมีเวลามาช่วยดูเพลงของน้องๆ คนอื่นและให้คำแนะนำดีๆ อยู่เรื่อยๆ ขอบคุณที่ช่วยนัทหลายต่อหลายครั้งนะครับ

         พี่อิ๋งไม่อยู่แล้วนัทต้องเหงาขึ้นแน่นอนเพราะพี่อิ๋งเป็นคนหนึ่งที่แซวนัทมากที่สุดแล้ว เราได้ยิ้มและหัวเราะด้วยกันบ่อยมาก เพราะนัทชอบแย่งไอติมของพี่อิ๋งกิน และเพราะเราต่างก็โดนมุขหยุดโลกของเกโระบ่อยจนบอบช้ำกว่าคนอื่น อยากให้พี่อิ๋งภูมิใจในตัวเองให้มากนะครับพี่อิ๋งเป็นสีสันหนึ่งที่ทำให้ AF4 อลังการงานสร้างมากๆ แต่นัทโกรธพี่อิ๋งนะที่จากไปก่อน แล้วทำให้นัทเป็นคนที่แก่ที่สุดในบ้านเลย แค้นนี้ไว้ไปชำระกันนอกบ้าน ดูแลรักษาสุขภาพของตัวเองให้ดีนะครับ (ขอให้หายเจ็บเร็วๆ คิดถึงเสมอครับผม)

         อยากเขียนไดอารี่นี้ให้ยาวกว่านี้อีกแต่พี่ๆทีมงานมาเร่งแล้วคงต้องหยุดไว้แค่นี้ก่อนขอให้ทุกคนมีความสุขมากๆนะครับ อย่าลืมบอกรักแม่ของคุณด้วยนะครับ


LOVE
นัท V1

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 V - D I A R Y # 9 The Cup of Life


19 ส.ค. 50 18:26


             สวัสดีครับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคนสบายดีกันมั้ยครับ ในที่สุดวีคที่ 9 ของ AF4 ก็จบลงและก็เท่ากับว่ารายการได้ผ่านไปแล้ว 3 / 4 ของทั้งหมด เร็วจริงๆ นะครับ ไม่ทันไรก็ใกล้จบซีซันแล้ว นัทยังรู้สึกเหมือนกับว่าเพิ่งได้ขึ้นคอนเสิร์ตไปไม่กี่ครั้งเอง

             โดยรวมแล้ว วีคที่ผ่านมา เป็นวีคที่ค่อนข้างยากสำหรับนัท เพราะไม่สบายตั้งแต่ตอนต้นสัปดาห์ แล้วยังต้องมาเจอโจทย์เพลง Cheer ที่จำเป็นต้องใช้พลังเสียงเยอะทั้งในเพลงเดี่ยวและในเพลงรวมหลายๆ เพลง สุขภาพเสียงก็เลยทรุดลงอย่าง ที่เห็นได้ชัดจากวีคก่อนๆ จากที่เป็นคนหนึ่ง ที่ไม่เคยได้รับการฉีดยากระตุ้นให้เสียงเป็นปกติ ในที่สุดนัทก็โดนฉีดถึงสองครั้งเลยในสัปดาห์ที่ผ่านมา พอต้องมาคอยพยายามงดใช้เสียงมันทำให้รู้สึกค่อนข้างกดดันเลยครับ เพราะเราไม่สามารถซ้อมได้เยอะ หรือบ่อยเท่าที่ต้องเลย

             อีกเรื่องที่ทำให้นัทรู้สึกไม่ดีมากก็คือ การที่ทำให้ครูเป็ดต้องร้องไห้ เรื่องมีอยู่ว่าพอจบคลาส  Dance ในวันจันทร์ไป ตกกลางคืนครูเป็ดเปิดทีวีแล้วได้ยินนัทกับมิวบ่นกันว่าคลาส Dance  วันนั้นรู้สึกอึดอัดก็เลยทำให้ครูเข้าใจผิดคิดว่าพวกเรารู้สึกว่าการสอนของครูทำให้เรารู้สึกเช่นนั้น แต่จริงๆ แล้วที่นัทและมิวบ่นว่า อึดอัด นั้นเราหมายถึงบรรยากาศของห้อง Dance ที่ไม่ได้เปิดแอร์ในวันนั้น ซึ่งทำให้อากาศไม่ถ่ายเท ทั้งนัทและมิวก็จำได้แม่นว่าเราพูดถึงกันเรื่องแอร์ ไม่ใช่บ่นเรื่องวิธีสอนของครู แต่เราก็ไม่รู้ว่าภาพที่ถูกตัดต่อและแพร่ภาพออกไปนั้นเป็นยังไง คาดว่าบทสนทนาของพวกเราบางส่วนคงถูกตัดไปโดยที่ไม่ได้มีใครตั้งใจ จนทำให้เกิดการเข้าใจผิดกันขึ้น

            ตอนที่นัทเห็นครูเป็ดนั่งร้องไห้ต่อหน้าพวกเราทุกคน นัทรู้สึกผิดมากจริงๆ ครับ ตั้งแต่เกิดมานัทยังไม่เคยทำให้ครูคนไหนต้องมาร้องไห้เสียใจแบบนี้เลย แต่นัทก็รู้สึกดีใจและโล่งใจมากที่เราได้มีโอกาสพูดอธิบายเพื่อปรับความเข้าใจกันในตอนเช้าวันอังคาร

            แต่ครูเป็ดก็บอกว่าโดยรวมแล้วพลังของพวกเราแผ่วลงไปกันจริงๆ ซึ่งทำให้พวกเรารู้ตัวว่าความตั้งใจที่มีอยู่นั้นมันยังไม่เพียงพอ ต้องเพิ่มให้มันมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่เช่นนั้นโชว์ของพวกเราก็จะออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควร โดยเฉพาะในวีคที่ผ่านมา ที่พวกเรามีท่าและ Blocking ที่ต้องจำกันเยอะมาก เพราะร้องกันหลายเพลง

             โจทย์เพลงเดี่ยวที่นัทได้รับก็คือ “The Cup of Life” ของ Ricky Martin  เป็นเพลงที่มันส์มากครับ ดีใจมากที่ได้เพลงนี้ แต่ก็ท้าทายมากทั้งในเรื่องของการร้องและ Performance เพลงนี้เป็นเพลงที่ต้องร้องสูงๆ ย้ำๆ ซ้ำๆ โดยเฉพาะในท่อนฮุค ทำให้เหนื่อยได้ง่าย ส่วนในเรื่องของ Performance ก็ต้องทำออกมาแล้วดูสนุก แข็งแกร่ง และเซ็กซี่ ทำเอานัทกลุ้มไปเลยเหมือนกันครับ เพราะนี่เป็นเพลงเร็ว เพลงแรก ที่นัทต้องคิดท่าเต้นและ Blocking เองทั้งหมด และเราก็ยังไม่เคยต้องเต้นเพลงแนวลาตินบนเวที ที่ผ่านมาก็จะมีแต่เพลงแนวน่ารักๆ หรือไม่ก็แบบ Boy Band ที่นัทได้เต้น มาคราวนี้ก็ต้องเปลี่ยนลุคไปพอสมควรต้องส่ายสะโพกเยอะมาก แทบจะพลีชีพกันเลยก็ว่าได้ แต่นัทรู้สึกว่านัทได้เต็มที่กับมัน ได้ฉายาใหม่มามากมายจากการเต้นในเพลงนี้ บางฉายานี่แค่ได้ยิน นัทก็ต้องเหงื่อตกไปเลย แต่แค่มีคนรู้สึกสนุกและมีความสุขที่ได้ดูนัทร้องเพลงนี้ นัทก็แฮปปี้มากแล้วครับ


           ในวีคที่ผ่านมาก็มีเรื่องนึงที่ทำให้นัทมีความสุขเป็นพิเศษ ซึ่งก็คือการที่ได้แต่งเพลงร่วมกับเพื่อนๆ  นักล่าฝันคนอื่น จริงๆ แล้วพวกเราเริ่มช่วยกันแต่งตั้งแต่ในวีคที่พี่อิ๋งยังอยู่ แต่เพิ่งแต่งเสร็จกันเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เพลงนี้ชื่อเพลง รู้กันในใจเราแต่งเพื่อมอบให้กับเพื่อนๆ นักล่าฝันทุกคนที่ออกไปก่อน ที่มาของเพลงนี้ก็มาจากคำพูดของครูปุ้มที่ว่า ไม่ว่าใครจะพูดยังไง พวกเราทุกคนรู้กันในใจว่า AF4 เรามีกัน 20 คน ไม่ใช่แค่ 12 คน และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราก็ยังเป็นเพื่อนกันเสมอไม่รู้เหมือนกันว่าทุกคนจะมีโอกาสฟังกันหรือยัง แต่ส่วนตัวนัทชอบและภูมิใจในเพลงนี้มาก อยากขอเอาคำพูดในท่อนฮุคของเพลงนี้มาย้ำกับเพื่อนๆ ทุกคนอีกครั้งว่า แม้ไกลห่าง แต่ก็ไม่เคยเหินห่าง ต่างก็รู้ รู้กันในใจ ว่าลึกลงไปที่สุดข้างในหัวใจ เรายังใกล้กัน เหมือนทุกๆ วันที่ผ่านมา” (เนื้อเพลงอาจจะยังต้องเปลี่ยนอีกหน่อย แต่หวังว่าทุกคนคงจะชอบทำนองและเนื้อหาหลักๆ ในเพลงนี้นะ เพลงเสร็จสมบูรณ์เมื่อไร เราต้องมาร้องพร้อมกันทั้ง 20 คนเลยนะ ..............อย่าลืม! )

            อีกอย่างนึงที่พวกเราเพิ่งมีโอกาสได้ลองทำตั้งแต่เข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ก็คือ การสวมบทบาทเป็นพิธีกร/ศิลปินรับเชิญในรายการที่ครูรักตั้งขึ้นมาชื่อว่า “10 คำถาม” Concept ของรายการก็คือ พิธีกรจะมี 10 คำถามเด็ดๆ มาถามศิลปินที่มาเป็นแขกรับเชิญ พวกเราถูกจับคู่เพื่อผลัดกันเล่นเป็นผู้สัมภาษณ์และผู้ถูกสัมภาษณ์ นัทได้เล่นคู่กับตี๋ รู้สึกสนุกมากเลยครับ นัทคิดว่าอาชีพพิธีกรเป็นอาชีพที่น่าสนใจมากอาชีพหนึ่ง เพราะมีโอกาสได้พูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองและความคิดเห็นใหม่ๆ อยู่เรื่อยๆ เหมือนเป็นการได้เรียนรู้และแต่งเติมประสบการณ์ดีๆ ให้กับตัวเองอยู่ตลอดเวลา อยากขอบคุณทุก sms ที่ส่งเข้ามาเพื่อโหวตให้นัทเป็นพิธีกรเด่นในคลาส Acting นี้ จนได้รางวัลเป็นรูปถ่ายสวยๆ จากครูรัก ขอบคุณมากครับ!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



ตี๋ :     พี่อยากจะบอกว่าพี่งงจริงๆ ที่ตี๋เป็นคนที่ต้องจากเราไปในครั้งนี้ แต่พี่ก็อยากให้ตี๋เข้มแข็งต่อไป อย่าเสียใจ เพราะพี่เชื่อว่ายังไงๆ ตี๋ก็จะต้องได้มีผลงานเพลงดีๆ ออกมาให้คนทั่วประเทศได้ฟังกัน พี่เคยบอกตี๋ไปแล้วว่าพี่คิดว่าตี๋เป็นคนที่มีพรสวรรค์มาก มีความเป็นตัวของตัวเองสูง และเป็นคนที่มีเสน่ห์และดูเป็นธรรมชาติมากเมื่อร้องเพลงอยู่บนเวที และข้อดีเหล่านี้เป็นสิ่งที่จะพาตี๋ไปได้ไกลบนเส้นทางของวงการเพลง ขอบคุณที่คอยเตือนพี่เสมอๆ ว่าอย่าเครียดเกินไป และขอบคุณที่ยอมให้พี่แซวอยู่เรื่อยๆ ตี๋เป็นคนอารมณ์ดีที่ช่วยทำให้บ้านนี้น่าอยู่ขึ้น ดีใจที่เราได้มาสนิทกันมากขึ้น โดยเฉพาะในพักหลังๆ พี่ว่าการได้มาอยู่ในบ้านมันทำให้ตี๋โตขึ้นมาก มีความเป็นผู้ใหญ่และมีความรับผิดชอบมากขึ้น อยากให้ตี๋ภูมิใจในตัวเองให้มากๆ ถ้ามีโอกาสพี่อยากได้เล่นละครด้วยกันอีก วันที่เราได้เล่นเป็นฮ่องเต้ กับองค์ชายสี่นั้น พี่รู้สึกมันส์มาก ( แต่ขอโทษจริงๆ ที่อินกับบทเกินไปจนพลาดไปทำให่ตี๋บาดเจ็บ หวังว่านิ้วคงจะหายดีแล้วนะครับ! )  อีกไม่นานเราก็คงได้เจอกัน และร่วมวงเล่นดนตรีด้วยกันอีก ขอให้รักษาสุขภาพให้ดีจนกว่าจะถึงวันนั้น ไม่ต้องห่วงเพื่อนๆ คนอื่นนะ พี่อยากจะบอกว่าเค้าคนนั้นก็ดูเหมือนจะเป็นห่วงและคิดถึงตี๋เป็นพิเศษเหมือนกัน เมื่อวานเห็นพูดถึงตี๋ไม่รู้กี่ครั้ง แทบจะหายใจเข้าออกเป็นตี๋เลยก็ว่าได้ HA HA ดีใจด้วยนะ!

           ดูจากแนวโน้มตอนนี้แล้ว นัทว่า AF4 คงจะไม่มีวีคไหนที่ไม่มีใครออกแล้ว เพราะในวีคที่ดูน่าจะมี Surprise ไม่มีใครออก ก็มีคนออก รอบสุดท้ายของซีซั่นนี้คงจะเหลือกันแค่ 3 คน (?)  ถ้าเป็นอย่างงั้นจริง บ้านนี้คงวังเวงน่าดูเลยนะครับ (สำหรับใครก็ตามที่ได้อยู่จนถึงตอนนั้น) รักใคร ชอบใคร ก็อย่าลืมส่งกำลังใจส่งคะแนนโหวตไปให้คนนั้นนะครับ ตอนนี้พวกเราที่เหลืออยู่ทุกคนต่างก็เคยออกไปยืนปากเหวกันแล้ว เดาไม่ได้จริงๆ ว่าใครจะเป็นคนต่อไปที่ต้องไป แต่ยังไงก็ตาม นัทและเพื่อนๆ ที่เหลืออีก 4 คน ก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดครับ

            สุดท้ายนี้ก่อนจะจบไดอารี่ นัทอยากจะขอเอาคำพูดที่พี่เบิร์ดบอกกับพวกเราทุกคนผ่านทางโทรศัพท์มาเล่าต่อให้ทุกคนฟังนะครับ พี่เบิร์ดบอกเราว่า สิ่งสำคัญที่เราต้องทำ คือ การพกเอาแต่ความสุขขึ้นไปบนเวที ทิ้งความเครียดความกังวลทั้งหมดเอาไว้ข้างล่าง เพราะหน้าที่ของเราก็คือการมอบความสุขให้กับคนดูทุกคน”   นัทเองก็ไม่แน่ใจว่าพวกเราทุกคนทำหน้าที่ตรงนี้ได้ดีแค่ไหน แต่นัทหวังว่าทุกคนคงได้รับความสุขไม่มากก็น้อยจากการติดตามชม AF4 เมื่อคืนดูวีดีโอคอนเสิร์ตก็เห็นมีรุ่นพี่ในวงการบันเทิงหลายคนมาดูด้วย หวังว่าพวกเราคงไม่ทำให้รุ่นพี่ทุกคนผิดหวังนะครับ!

            ขอให้ทุกคนมีความสุขมากๆ และอย่าลืมแบ่งปันความสุขของคุณให้กับคนรอบข้างนะครับ : )



LOVE
นัท V1

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 V - D I A R Y # 10 - ขอบคุณ และขอโทษครับ

 

สวัสดีครับทุกคน นัทนั่งจ้องแผ่นกระดาษที่ว่างเปล่าในสมุดโน้ตของตัวเองมาสักพักนึงแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มไดอารี่อันนี้ยังไงดี ความรู้สึกต่างๆ ที่มีอยู่ข้างในตอนนี้ มันมากมายจนราวกับจะล้นออกมาทั้งความสุขความประทับใจ ความดีใจ ความเสียใจ ความรู้สึกผิด นัทเองก็ยังไม่แน่ใจว่าจะอธิบายความรู้สึกทั้งหมดออกมาให้ทุกคนได้เข้าใจได้ยังไง

แต่วีคที่ผ่านมา โดยเฉพาะคืนวันคอนเสิร์ต เป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยเรื่องราว ที่นัทจะจดจำไปอีกนานแสนนานจริงๆ ครับ มีคนมากมายที่นัทอยากจะ ขอบคุณและ ขอโทษ ผ่านไดอารี่นี้

เซอร์ไพรส์ อันแรก เกิดขึ้นเมื่อเหล่าครู voice เดินเข้ามาแจกโจทย์และบอกว่าสัปดาห์นี้มีแค่ 5 เพลง ซึ่งก็เท่ากับว่า พวกเราจะได้ร้องกันแค่คนละ 1 เพลงเท่านั้น แถมยังไม่มีธีมอะไรเลย เพียงแค่นั้น พวกเราก็อดที่จะสงสัยไม่ได้ว่าจะมีเซอร์ไพรส์อะไรเกิดขึ้นในคืนวันคอนเสิร์ตจริง

เดากันไปต่างๆ นาๆ ว่าอาจจะมีการพาเพื่อนๆ ของเราที่ออกไปแล้วกลับมาร้องเพลงให้เราฟังหรือร้องร่วมกับพวกเรา แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครเดาถูกเลยครับ ไม่มีใครคิดเลยว่าหลังจากที่พวกเราร้องเพลงโจทย์เสร็จเราจะต้องมาร้องเพลงคาราโอะเกะสดๆ บนเวที โดยเลือกจาก 10 เพลงที่พี่ๆ ทีมงานเตรียมไว้

ตอนแรกที่รู้ก็งง และเหวอไปเหมือนกันครับ เหมือนโดนจับให้เล่นเกมส์โชว์สดๆ โดยที่ไม่ได้เตรียมอะไรเลย แต่ก็ท้าทายและก็มันส์ดีครับใน 10 เพลงนั้นมีแค่ 3 เพลงที่นัทพอจะรู้จัก และเคยร้องเล่นๆ มาบ้างซึ่งก็คือเพลงไม่ต้องรู้ว่าเราคบกันแบบไหน จีบฉันที และรักไม่ยอมเปลี่ยนแปลง แต่พะแพงและต้อลซึ่งได้ร้องก่อนนัทก็เลือกสองเพลงแรกไปแล้ว

นัทซึ่งได้ร้องเป็นคนสุดท้าย ก็เลยเหลือตัวเลือกเดียวให้กับตัวเอง ร้องผิดร้องถูกไปเยอะเหมือนกันครับเพราะจำทำนองเพลงบางช่วงไม่ได้ และบางตอนก็อ่านเนื้อร้องในจอทีวีไม่ทัน แต่ก็แปลกดีนะครับทั้งๆ ที่รู้สึกอายมาก เพราะรู้ตัวว่ามีข้อผิดพลาดเยอะ แต่กลับรู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขมาก ขณะที่ได้ร้องเพลงอยู่บนเวทีขอบคุณพี่ๆ ทีมงานทุกคนที่ทำให้เกิดเซอร์ไพรส์สนุกๆ ครั้งนี้ขึ้นครับ

โจทย์เพลงที่นัทได้รับในวีคที่ผ่านมาก็คือ รักเธอ ของน้องโต๋ ตอนแรกแอบกดดันเล็กน้อยเพราะเป็นเพลงที่ดังมากและก็เป็นเพลงที่แต่มา เพื่อนักร้องที่เล่นเปียโนเก่งอย่างโต๋ นัทเลยมองไม่ออกว่าจะร้องเพลงนี้ให้ดูไม่ติดขัดยังไงบนเวที หากไม่มีเปียโน แถมยังได้รู้ว่าพี่ไก่ สุธี แสงเสรีชน เป็นผู้ COMMENTATOR คนหนึ่งประจำ AF 4 เป็นคนหนึ่งที่ร่วมออกไอเดียและแต่งเพลงนี้ขึ้นมา

แต่ก็โชคดีมากที่มีน้องโต๋ มาเป็นแขกรับเชิญที่บ้านในวีคที่ผ่านม าโต๋เข้ามาให้คำแนะนำดีๆ กับนัทมากมายว่าน่าจะใช้ลูกเล่นอะไร ตรงไหน ในเพลงเวลาแสดงสด ลูกเล่นที่โต๋แนะนำช่วยให้นัทรู้สึกผ่อนคลาย บนเวทีและเข้าถึงคนดูได้มากขึ้น (ขอบคุณน้องโต๋มากๆๆๆครับ)

ตอนที่ร้องเพลงนี้อยู่บนเวทีนัทมีความสุขมากจริงๆ ครับขอบคุณทุกๆ คนที่ช่วยนัทร้องเพลงนี้และขอบคุณทุกๆ คำว่า รักนัท ที่ทุกคนช่วยกันตะโกนมาให้นัทได้ยินนะครับ รู้สึกตื้นตันและปลื้มใจมากจริงๆ ครับอยากจะขอย้ำอีกทีว่ารักทุกคนมากครับ

คอนเสิร์ตนี้ก็เป็นอีกคอนเสิร์ตที่ทำให้นัทรู้สึกอิ่มใจอย่างบอกไม่ถูก พออาต้อยประกาศชื่อ 3 คนให้ออกไปยืนข้างหน้า และมีชื่อนัทเป็นหนึ่งในนั้น นัทเลยไม่รู้สึกเสียใจเลยครับ ตอนที่อาต้อยเรียกให้มิวกลับไปยืนในแถวก่อนแล้วเหลือนัทกับต้อลยืนอยู่ด้านหน้า 2 คน นัทก็คิดไว้ในใจว่าขอให้เป็นตัวเราเองที่ต้องเป็นคนเดินจากไป ไม่ใช่เพราะนัทท้อหรือว่าไม่อยากอยู่ต่อแล้วนะครับ แต่ถ้านัทต้องเลือกระหว่างตัวเองกับต้อล นัทก็เลือกต้อลครับ

เราพูดกันเสมอว่าถ้าไปถึงรอบสุดท้ายด้วยกันไม่ได้ อีกคนนึงก็ต้องไปให้ถึงให้ได้ พออาต้อยประกาศให้ต้อลกลับไปยืนในแถวได้ นัทก็ดีใจมากครับ ที่น้องชายของเรารอดแล้ว บอกตรงๆ ว่าตอนนั้นนัทเชื่อจริงๆ ครับ ว่านัทเป็นคนที่ได้รับคะแนนโหวตน้อยที่สุด งงมากครับเมื่ออาต้อยเรียกนัทไปคุยด้วย ล้วบอกนัทว่าอันที่จริงแล้วนัทเป็นคนที่มีคะแนนสูงสุด

ในใจนัทได้แต่ถามตัวเองว่า นี่มันเป็นเรื่องจริง หรือ เพราะเพื่อนๆอีก 4 คนล้วนแต่เป็นคนที่มีเสน่ห์และความสามารถมาก นัทพยายามทำให้เต็มที่แต่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องเป็นที่หนึ่งให้ได้ แต่นัทก็ต้องขอขอบคุณทุกๆกำลังใจและคะแนนโหวตที่ส่งมาใสห้นัทจริงๆครับขอบคุณครอบครัวของนัทเพื่อนๆทุกคนแฟนคลับทั้งที่มาเชียร์ที่คอนเสิร์ตและเชียร์อยู่ทางบ้านและทุกคนที่คอยให้สนับสนุนนัทอยู่ ขอบคุณที่ทำให้นัทอยู่มาจนถึงวันนี้ได้ช่วงเวลา 10 สัปดาห์ที่ผ่านมามันเป็นช่วงเวลาที่วิเศษที่สุดในชีวิตของบนัทเลยก็ว่าได้ครับ และที่นัทมีช่วงเวลาที่ดีอยู่อย่างนี้ได้ก็เพราะทุกคน คนตัวเล็กๆคนหนึ่งคนนี้ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะได้รับกำลังใจมากมายล้นหลามขนาดนี้ ขอบคุณจริงๆ ครับ

แต่การที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดในวีคนี้ ก็ทำให้กดดันและเครียดมากเหมือนกันครับ เมื่ออาต้อยบอกนัทว่า สิทธิพิเศษอย่างหนึ่งที่นัทจะได้รับก็คือ นัทสามารถใช้ 2 มือของนัทช่วยเหลือเพื่อน 2 คน ที่ออกไปแล้ว ให้กลับมาอยู่ด้วยกันในบ้านได้


 

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่จริงแล้วถ้านัทเลือกให้เพื่อนทุกคนได้กลับเข้ามาอยู่ด้วยกันเลยด้วยซ้ำแต่พอนัทถูกบังคับให้เลือกเพียงแค่ 2 คน นัทรู้สึกกดดันมากจริงๆ ครับนัทเลือกไม่ได้จริงๆ เพราะไม่ว่านัทจะเลือก 2 คนไหน ก็จะมีอีก 5 คน ที่ไม่ได้ถูกเลือก ไม่ว่านัทจะตัดสินใจยังไงก็จะต้องมีเพื่อนอีก 5 คนที่อาจจะรู้สึกเสียใจหรือผิดหวัง และแฟนคลับของพวกเค้าก็คงรู้สึกแบบนั้นเช่นกัน

นัทพยายามมองไปหา พะแพง มิว ต้อล และลูกโป่ง เพื่อให้ทั้ง 4 คน ช่วยตัดสินใจแต่ทุกคนก็ส่งสายตาที่เก็บความอึดอัด และเศร้าไว้กลับมาพร้อมกับพูดเบาๆ ว่าให้นัทเลือกเถอะ แต่นัท ก็ยังไม่สามารถเลือกได้เพราะนัทไม่ได้มี 2 คนไหนในใจเลยจริงๆ

นัทเลยลองหลับตา พร้อมกับยื่นมือทั้งสองข้างออกไป เพื่อหวังให้เพื่อนที่ยืนอยู่ทั้ง 7 คนลองตัดสินใจกันเองว่าใครจะเป็น 2 คนที่กลับมาแต่ก็ไม่มีใครเดินออกมา ทุกคนยังคงยืนยิ้มนิ่งๆ ให้กำลังใจนัทต่อไป แต่นัทก็รู้สึกกดดันและอึดอัดมากขึ้นเรื่อยๆ นัทพยายามปฏิเสธ ที่จะเลือกเผื่อว่าการทำเช่นนี้จะทำมาให้เกิด เซอร์ไพรส์อย่างอื่นอีก

แต่อาต้อยก็เข้ามากระซิบบอกนัทว่า นัทต้องเลือกแล้ว เพราะเวลาออกอากาศของรายการกำลังจะหมดลง ตอนนั้นนัทจึงเข้าใจว่านัทจำเป็นต้องตัดสินใจเลือกเพื่อนอีก 2 คนจริงๆ โดยที่ไม่มีใครมาช่วยอะไรได้ในหัวของนัทมีความคิดที่วิ่งแล่นชนกันเต็มไปหมด แต่นัทก็พยายามตั้งสติให้ได้พร้อมกับย้อนถามตัวเองว่านัทรู้สึกยังไงกับประสบการณ์ต่างๆ ตลอด 10 วีคที่ผ่านมา

ซึ่งคำตอบ ที่นัทได้กลับมาก็คือมันเป็นอะไรที่วิเศษจริงๆ และนัทก็โชคดีมากที่มีโอกาสได้สัมผัสกับมันเป็นเวลานานถึง 10 สัปดาห์เต็มๆ เหลือเวลาอีกเพียงแค่ 2 สัปดาห์ รายการนี้ก็จะจบลงและประสบการณ์ทุกอย่างที่ได้ผ่านเข้ามาในชีวิตพวกเราก็จะถูกบันทึกไว้เป็นความทรงจำในใจของเราทุกคน

นัทไม่แน่ใจว่าเพื่อนๆ ทุกคนจะรู้สึกแบบเดียวกันรึเปล่าแต่เชื่อว่าหลายๆ คนก็คงจะรู้สึกเหมือนกับนัทว่า ณ จุดนี้การได้ตำแหน่งที่เท่าไหร่ มันไม่ใช่อะไรที่สำคัญสำหรับพวกเรา ไม่ได้มีใครคิดว่าจะต้องแย่งเอาตำแหน่งที่ 1 มาให้ได้ เพราะสำหรับพวกเราแล้วนี่ไม่ใช่เกมส์การแข่งขัน ระหว่างคน 12 คนหรือ 20 คน แต่เป็นการแข่งขันกับตัวเอง เป็นการเรียนรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ไม่ได้หามาง่ายๆ ให้มากที่สุดเท่าที่พวกเราจะทำได้

นัทเชื่อมั่นในตัวเพื่อนๆ ทุกคนว่าทุกคน มีความสามารถเพียงพอที่จะประสบความสำเร็จบนเส้นทางที่แต่ละคนฝันไว้แต่เราไม่ได้รับโอกาสเท่ากันในการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ดีๆ ความรู้สึกดีๆ จากการได้ใช้ชีวิตในบ้านหลังนี้เพราะทุกๆ วีคก็มีหนึ่งคนที่ต้องเดินจากพวกเราไปก่อน มีนักล่าฝัน 20 คนแต่ว่าแต่ละคนไม่มีโอกาสเท่ากันในการสัมผัสกับสิ่งที่นัทคิดว่ามันวิเศษมาก

สุดท้ายแล้วเมื่อนัทจำเป็นต้องตัดสินใจเลือกเพื่อน 2 คน จากรอบ 12 คน จริงๆ นัทจริงขอให้ 2 คน ที่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังนี้น้อยที่สุด กลับมาเพื่อให้เค้าได้เก็บเกี่ยวความรู้ความประทับใจ ความสุขมากขึ้นให้ในที่สุด เค้าไม่ได้มีโอกาสน้อยไปกว่าเพื่อนๆ ที่เหลือซึ่ง 2 คนนี้ก็คือปองและแคท

นัทเชื่อและมั่นใจไม่ว่า 2 คนไหนได้กลับมาก็จะพยายามทำทุกอย่างให้เต็มที่และสุดความสามารถอย่างแน่นอน รวมทั้งน้องสองคนนี้ด้วย แต่นัทก็รู้ว่าคงมีทั้งกลุ่มที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของนัท

นัทอยากจะขอขอบคุณทุกคน ที่มองเห็นความกดดันในใจนัทและเข้าใจนัท สำหรับทุกคนที่นัทอาจจะทำให้รู้สึกผิดหวังโมโหหรือเสียใจ นัทอยากจะขอโทษจากใจจริงพร้อมกับ ขอร้องให้ทุกคน ช่วยเป็นกำลังใจให้ปองกับแคท เพราะนัทคิดว่าน้องทั้งสองคนคงรู้สึกเครียดและกดดันไม่น้อย ที่ได้กลับเข้ามาตรงนี้แทนที่เพื่อนๆคนอื่นกำลังใจเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับพวกเราทุกคนจริงๆ นะครับ ถึงเราจะมุ่งมั่นและเข้มแข็งแค่ไหนแต่เราต่างก็มีบางทีที่รู้สึกท้อหรืออ่อนแอขอให้ทุกคนอย่าลืมจุดนี้ไป และอย่าลืมช่วยเชียร์พวกเราทุกคนด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ

พี่อิ๋ง ตี๋ โจ้ แจ็ค ฝ้าย นัทขอโทษทุกคนจริงๆ ตอนที่อยู่บนเวทีก็ไม่รู้จะทำยังไงดีไม่อยากทำให้ใครเสียใจเรารู้สึกเสียใจมากหรือผิดหวังมากเลย ถ้าเลือกได้จริงเราก็อยากจะเลือกทุกคนกลับมาเรากดดันและอึดอัดมากที่เค้าให้เราเป็นคนเลือกเพียงแค่ 2 คน กลับมา แต่เราหวังว่าทุกคนคงจะได้อ่านไดอารี่นี้และเข้าใจเหตุผลที่ทำให้เราตัดสินใจไปอย่างนั้น อย่าโกรธเราเลยนะ (ตอนนี้ปองและแคทกลับเข้ามาช่วยสร้างสีสันในบ้านก็ยิ่งทำให้คิดถึงทุกคนมากขึ้นอีก ไม่นานเราคงจะได้เจอกัน และร่วมร้องเพลงด้วยกันอีกรวมทั้งเพื่อนๆ อีก 8 คนด้วย บอมบ์ แมน ดิว เอี่ยว เดียร์ แอนตี้ แอ้ น้ำฝน เรารอที่จะให้ถึงเวลานั้นนะ อยากให้ทุกคนรักษาสุขภาพให้ดียิ้มเยอะๆคิดถึงทุกคนเสมอครับ)

ไม่น่าเชื่อจริงๆ ว่าเหลืออีกแค่ 2 สัปดาห์AF4ก็จะจบลง 10 สัปดห์มันผ่านไปเร็วมากเหลือเกินครับ หวังว่าทุกคนคงจะได้รับความสุขอย่างเต็มที่ จากการได้ติดตามชมพวกเราตลอด 10 วีคที่ผ่านมานะครับ ขอบคุณอีกครั้งที่เป็นกำลังใจให้พวกเราเสมอมาครับ

LOVE
นัท

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 V - D I A R Y # 11 เจอกันที่ Impact นะครับทุกคน

 


             สวัสดีครับ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคน ในที่สุดวีคที่ 11 ของ AF4 ก็จบลงและพวกเราก็ได้อำลา Thunder Dome เพื่อที่จะเดินทางต่อไปยัง Impact Arena เวทีสุดท้ายของพวกเราในฐานะนักล่าฝัน AF4 ไม่น่าเชื่อเลยนะครับว่าอีกเพียง 1 อาทิตย์ทุกๆ อย่างก็จะปิดฉากลงและกลายเป็นความทรงจำในใจเราทุกคน บอกตรงๆ นัท ยังไม่อยากจากบ้านหลังนี้ไปเลยครับ  ที่นี่มีเรื่องราวดีๆ ความรู้สึกดีๆ เกิดขึ้นมากมายจนกลายเป็น Chapter หนึ่งในชีวิตของนัทที่ นัทยังไม่ต้องการให้จบลง ยังอยากยืดเวลาของช่วงชีวิตช่วงนี้ให้นานต่อไปมากกว่านี้ และถ้าเพื่อนๆ ทุกคนที่ออกไปก่อนได้กลับมาอยู่ด้วยกัน ก็คงจะสนุกยิ่งขึ้นไปอีก (คิดถึงทุกคนนะ!)

             วีคที่ผ่านมา พวกเราได้กลับมามีกัน 7 คนอีกครั้ง หลังจากที่เราได้ต้อนรับปอง V19 และแคท V11 กลับเข้ามาในบ้าน น้องทั้งสองคนทำให้บ้านมีสีสันมากขึ้น และทำให้เรารู้สึกดีต่อกันเหมือนเดิม เพื่อนๆ พากันหยอกล้อว่าเราได้ แม่บ้าและ แม่บ้านมาอย่างละหนึ่งคน แคทเป็น แม่บ้าแต่เป็นการ บ้าในทางที่ดีเพราะแคทจะคอยปล่อยมุขตลกๆ ให้เราได้ขำกันอยู่ตลอดเวลา ส่วนปองก็เป็น แม่บ้านที่คอยเก็บกวาดทุกอย่างในบ้านให้สะอาดและเป็นระเบียบมากขึ้น ทั้งแคทและปองตั้งใจมากกับการเรียนรู้และเก็บเกี่ยวประสบการร์จากคลาสต่างๆ ในช่วงวีคที่ผ่านมา นัทว่าถ้ามีรางวัลสำหรับคนที่ขยันที่สุดก็คงต้องให้น้องสองคนนี้ไปเลยจริงๆ ครับ : )

             Theme ของวีคที่ผ่านมาก็คือ Dance ซึ่งก็ทำเอาเราทุกคนงงไปนิดๆ เพราะตอนแรกแม้แต่ครูเป็ดเอง ก็ยังคิดว่าวีคเพลง Cheer ก็ถือเป็นวีคเพลง Dance ของซีซั่นนี้ มีเพลงรวมหลายเพลงเลยทำให้พวกเราต้องซ้อมเต้นกันค่อนข้างหนัก มีอยู่วันหนึ่งที่รู้สึกว่าคลาส Dance จะนานประมาณ 5 ชั่วโมงได้ เต้นกันนานมากเลยครับ ยอมรับว่ารู้สึกเหนื่อย แต่ก็รู้สึกดีและสนุกมากเวลาที่ได้ออกกำลังและเหงื่อออกเยอะๆ  = )

             เพลงโจทย์ที่นัทได้ก็คือ “All Rise” ของวง BLUE ดีใจมากครับที่ได้ร้องเพลงนี้ เพราะเป้นเพลงแนว HIP HOP นิดๆ ซึ่งเป็นแนวที่นัทยังไม่มีโอกาสได้ร้องตั้งแต่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ AF4 พอมาได้ร้องเพลงนี้ ก็เลยได้ลองฝึกฝนอะไรใหม่ๆ รวมทั้งได้ร้อง RAP ด้วย เป็นครั้งแรกเลยครับที่ได้ร้อง RAP สดๆ บนเวที

             ส่วนในเรื่องของท่าเต้นนัทก็โชคดีที่ได้ครูเรย์มาเป็นคนออกแบบให้ แถมยังมาเต้นเป็น DANCER ให้ด้วย พร้อมกับครูฮีจง ท่าเต้นในเพลงนี้ เป็นท่าที่ต้องใช้ความแข็งแรง และต้องเต้นให้เท่ห์และกระชับ ซึ่งเป็นแบบที่นัทชอบมาก ถึงแม้จะยังไม่ถนัดนัก แต่แอบดีใจมากครับที่พี่ไก่ พี่ตาล และพี่ปั๋ง ซึ่งเป็น Commentators ในคอนเสิร์ต ชมว่านัทเต้นได้แข็งแรงขึ้น เมื่อเทียบกับวีคก่อนๆ พี่ไก่บอกว่า คราวนี้ไม่ดุ๊กดิ๊กแล้ว YAY!

             นอกจากเพลงเดี่ยวแล้ว ก็ยังมีเพลงกลุ่มอีกหลายเพลง ทำให้นัทนึกย้อนไปถึงวีคเพลง Boy Band / Girl Group ที่พวกเราได้ร้องและเต้นกันเป้นกลุ่มๆ ซึ่งก็สนุกและมันส์มาก มาคราวนี้ก็เหมือนได้เป็น Boy Band ร่วมกับต้อล และ มิว ในเพลง สมาคมตาชั้นเดียว (กากีนั้ง)” , “ All I wanna do” และ ลองซิจ๊ะ” ( 2 เพลงหลัง รวมอยู่ใน Medley)  3 เพลง 3 สไตล์ เป็นการร่วมงานกันที่สนุกมากเลยครับ เราเต้นกันแบบพลีชีพจริงๆ บนเวที เหงื่อท่วมตัว จนพี่ๆ ทีมงานต้องเอาผ้าเช็ดตัวมาเช็ดเหงื่อตามตัวออกให้ตอนที่ต้องเปลี่ยนชุด

             ในคอนเสิร์ตครั้งนี้ เรามีโอกาสได้เข้าไปใกล้คนดูมากขึ้น ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนานและเป็นกันเอง  ซึ่งนัทคิดว่าเป็นการทิ้งท้าย Thunder Dome ที่เหมาะสมมาก ต้องขอขอบคุณพี่ๆ ทีมงานและผู้ชมทุกคนจริงๆ ครับ ที่ทำให้นัทและเพื่อนๆ ทุกคนได้มีภาพที่เต็มไปด้วยความสุขเก็บไว้ในความทรงจำของพวกเรา เราจะไม่มีวันลืมเวทีนั้น ซึ่งเปรียบเสมือนที่ทำให้กำเนิดพวกเรานักล่าฝัน AF4 อย่างแน่นอนครับ

             อีกไม่ถึง 1 สัปดาห์ ก็จะได้ขึ้นไปร้องเพลงในรอบสุดท้ายของ AF4 บนเวที Impact Arena แล้ว ตื่นเต้นมากๆๆๆๆๆๆๆ เลยครับ ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าเราจะมีโอกาสได้ร้องเพลง ให้คนฟังบนเวทีที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ส่วนตัวแล้วนัทคิดว่า 2 เพลงที่เหล่าคุณครูและพี่ๆ ทีมงาน ได้ช่วยนัทเลือก เพื่อไปร้องในรอบสุดท้ายนี้ เป็นเพลงที่มีความหมายดีมาก ยังไม่บอกละกันครับว่าเป้นเพลงอะไร ไปรู้พร้อมๆ กัน ในช่วงเช้าวันจันทร์ดีกว่า แต่นัทดีใจและตื่นเต้นมากที่ได้ร้อง 2 เพลงนี้ ให้ทุกคนฟังครับ!

พ่อ : นัทไม่รู้ว่าพ่อจะติดงานอะไรรึเปล่า แต่ถ้าเป็นไปได้ นัทอยากให้พ่อมาดูนัทร้องเพลงที่ Impact นะครับ ไม่ได้เห็นหน้าพ่อหลายเดือนแล้ว แต่ตอนที่คุยโทรศัพท์กับแม่ในวีควันแม่ แม่เล่าให้ฟังว่าพ่อได้ดูนัทอยู่ตลอดและโหวตแบบกระหน่ำมาก (haha) Thank you มากๆ นะครับ ที่คอยเชียร์และเป็นกำลังใจให้ลูกคนนี้ตลอด 11 สัปดาห์ที่ผ่านมา รักพ่อนะครับ อย่าลืมมาดูนัทให้ได้นะ !

แม่, พี่ดาว, ยาย : ขอบคุณจริงๆ ที่มาเชียร์นัทที่คอนเสิร์ต ขึ้นเวทีทีไร พอมองไปที่มุมเดิมแล้วเห็นแม่ ยาย กับพี่ดาวก็ทำให้นัทมีกำลังใจที่จะร้องเพลงทุกครั้ง ขอบคุณที่พาญาติๆ หลายๆ คนมาช่วยเชียร์นัทเรื่อยๆ เมื่อกี้นัทได้ดูวีดีโอคอนเสิร์ตล่าสุดแล้วเห้นน้าก้อยด้วย ฝาก Say Hello & Thank You to น้าก้อยด้วยนะครับ แล้วก็อย่าลืมพาพ่อมาดูนัทที่ Impact ด้วยนะ !  see u in a week!

เพื่อนๆ ทุกคน : ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้ตลดมา อยากให้ทุกคนมาดูเราที่ Impact ให้ได้นะ โดยเฉพาะคนที่คอยเชียร์ให้เรามาสมัคร AF ตั้งแต่ตอนที่ยังเรียนอยู่ที่อเมริกา! IKKI&TUM : Say hi to Mike, Cora, May, and shh for me! Miss u all so much! I have so many things to tell u guya. We need to catch up soon!

 

 

 

 

 

 


ชาว NAT MATCHA GANG ทุกคน : ขอบคุณจริงๆ ครับ สำหรับความรัก ความอบอุ่นที่เหนียวแน่นและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกวัน ทุกๆ ครั้งที่นัทไปเล่นคอนเสิร์ตแล้วมองไปเห็นใครซักคนใส่เสื้อ NMG มาเชียร์ ก็จะรู้ทันทีว่านัทมีคนคอยเชียร์อยู่ ทุกคนเป็นกำลังใจที่ยิ่งใหญ่สำหรับนัทจริงๆ นะครับ นัทคงอยู่มาถึงรอบนี้ไม่ได้ถ้าไม่มีทุกคน ตอนนี้นัททำได้แล้วนะ จะได้ขึ้นไปร้องเพลงที่ Impact แล้ว อย่าลืมไปเชียร์กันด้วยนะครับ! I LOVE U All! =)

ทุกคนที่คอยเป็นกำลังใจและโหวตให้นัทและเพื่อนๆ นักล่าฝันทุกคน : นัทอยากจะขอขอบคุณทุกๆ คน จากใจจริงอีกครั้ง และอยากขอย้ำว่า พวกคุณคือผู้มีพระคุณสำหรับพวกเรา ไม่ว่าคุณจะเด็กแค่ไหน หรืออายุมากเท่าไหร่ นัทอยากให้ทุกคนรู้เสมอว่า คุณกำลังสร้างโอกาสที่ดีและชีวิตที่ดีให้กับพวกเรา ขอบคุณจริงๆ ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งที่พวกเราเรียกว่า ความฝันหวังว่าทุกคนจะได้รับความสุขจากการได้ติดตามชมพวกเรานะครับ ขอให้ทุกคนกำลังพบเจอแต่สิ่งที่ดีๆ เช่นเดียวกันครับ : )

แคท : พี่ดีใจมากที่ได้มีโอกาสใช้ชีวิตร่วมกับแคทในบ้านหลังนี้อีกครั้ง ขอบคุณที่เข้ามาช่วยทำให้พวกเราได้ยิ้มและหัวเราะกันมากขึ้น พี่เห็นความตั้งใจของแคทในวีคที่แล้ว และรู้สึกประทับใจมาก พี่หวังว่าแคทเองก็คงจะมีความสุขกับการได้กลับมาเจอพวกเราที่เหลืออยู่และได้ร่วมแสดงคอนเสิร์ตด้วยกันนะ แคททำดีที่สุดแล้ว ฝากพาเพื่อนๆ ที่เหลือทุกคนมาเจอกันบนเวที Impact ในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ด้วยนะ แล้วเจอกัน!  LILO & STITICH FOREVER!

ตี๋ พี่อิ๋ง ฝ้าย แจ๊ค โจ้ บอมบ์ แมน เอี่ยว ดิว เดียร์ แอนตี้ แอ้ น้ำฝน :  เราเชื่อว่าเราจะได้เจอกับทุกคนบนเวที Impact ในคอนเสิร์ตรอบสุดท้ายนี้นะ ขอให้สิ่งที่เราเชื่อเป้นความจริง แล้วเจอกันนะ : )

             ก่อนจะจบไดอารี่ฉบับนี้ นัทขอเอาสิ่งดีๆ อย่างนึงที่นัทได้เรียนรู้ในวีคที่ผ่านมา มาแลกเปลี่ยนกับทุกคนนะครับ และสิ่งนั้นก็คือ คำพูดของครูรักที่บอกกับพวกเราทุกคนว่า พวกเราคือเผ่าพันธุ์ที่ไม่ได้  ไม่ได้!  พวกเราคือนักล่าฝันที่ไม่มีคำว่าทำไม่ได้ พวกเรามีแต่จะต้องทำให้ได้เท่านั้น”  มันเป็นแค่คำพูดสั้นๆ แต่เป็นคำพูดที่โดนใจนัทมาก และนัทก็อยากให้ทุกคนเอาคำพูดนี้ ไปคิดทบทวนนะครับ หากคุณกำลังท้อแท้ หมดกำลังใจ หรือหมดหวัง ลองถามตัวเองดูว่า คุณเองก็เป็นสมาชิกคนหนึ่งของ เผ่าพันธุ์ที่ทำไม่ได้ ไม่ได้หรือเปล่า  ถ้าคำตอบคือใช่ นัทก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนลุกขึ้นมาและสู้ต่อไปครับ เราต้องทำให้ได้นะครับ : )

             ขอขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้ ขอให้ทุกคนมีสุขภาพที่แข็งแรง เจอกันที่ Impact ครับ !

Love

นัท V1

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 V - D I A R Y # 12 ขอขอบพระคุณจากใจจริง

 

สวัสดีครับทุกคน จนถึงตอนนี้นัทก็ยังรู้สึกงงๆ กับทุกอย่างที่เกิดขึ้นอยู่เลยครับ ตลอดเวลาที่ผ่านมา นัทไม่เคยคิดเลยว่าสุดท้ายแล้ว ตัวเองจะได้เป็น The Winner ของ AF4 มันเป็นตำแหน่งที่นัทไม่เคยตั้งใจว่าจะต้องคว้ามาให้ได้ นัทตั้งใจเพียงว่า จะมาหาโอกาสและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่มีค่าให้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ เพื่อให้เข้าใกล้ความฝันของตัวเองมากขึ้นทุกวัน



              และนัทก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นคนเก่งที่สุดในบรรดานักล่าฝัน AF4 ทั้งหมด ในทางกลับกัน นัทคิดว่ามีเพื่อนๆ หลายคน ที่ร้องเพลงเก่งกว่านัทมากด้วยซ้ำ ตอนที่นัทและต้อลเป็น 2 คนสุดท้ายที่ยืนรอการประกาศผล นัทก็ยังพูดกับต้อลว่า ผู้ชนะต้องเป็นต้อล แต่พออาต้อยส่ง Trophy มาให้นัท ความรู้สึกแรกที่แวบเข้ามาก็คือ ความรู้สึกที่ไม่เชื่อว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นมันเป็นความจริง….



              ไม่เชื่อว่าตัวเองเป็นคนที่ได้รับคะแนนโหวตสงสุด นัทไม่แน่ใจว่ามีปัจจัยอะไรบ้าง ที่ทำให้นัทเดินทางมาถึงจุดนี้ได้ แต่นัทรู้สึกว่านัทเป็นคนหนึ่งที่ โชคดีมากจริงๆ ครับ โชคดีที่ได้รับความรักความกรุณา และกำลังใจมากมายขนาดนี้ โชคดีที่เป็นคนหนึ่งที่มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่วิเศษมาก



              ตลอดระยะเวลา 12 สัปดาห์ที่ผ่านมา ช่วงชีวิตช่วงนี้ของนัทมันเต็มไปด้วยความรู้สึกความทรงจำที่ดีมากมาย เป็นช่วงชีวิตที่ทำให้นัทรู้สึกว่าชีวิตของตัวเองมันมีความหมายมากขึ้น นัทขอใช้โอกาสนี้ขอบคุณทุกๆ คนที่มีส่วนช่วย แต่งเติมความหมายที่ดีนี้ให้กับชีวิตของนัทครับ......



              ขอบคุณพ่อกับแม่ที่ให้กำเนิดนัท เลี้ยงดูและมอบโอกาสดีๆ มากมายจนทำให้นัทเติบโตมาเป็นคนที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ได้ ขอบคุณที่ให้อิสระกับนัทในการเลือกทางเดินชีวิตของตัวเองและก็คอยสนับสนุนและเป็นกำลังใจที่สำคัญที่สุดให้กับนัทบนเส้นทางสายนี้ นัทหวังว่านัทคงทำให้พ่อและแม่ภูมิใจนะครับ! (นัทได้ยินจากพี่ๆ นักข่าวว่า พ่อไม่สบายเลยมาดูคอนเสิร์ตนัทที่ IMPACT ไม่ได้ นัทขอให้พ่อหายไวๆ นะครับ!)



              ขอบคุณ True, True Visions และรายการ Academy Fantasia 4 ที่มอบโอกาสอันล้ำค่านี้ให้กับนัทและทำให้นัทได้เป็นหนึ่งในนักล่าฝัน 20 คน ขอบคุณที่ทำให้นัทได้มาเจอกับเพื่อนที่น่ารักมากๆ ทั้ง 19 คน ขอบคุณพี่ๆ ทีมงานทุกฝ่ายที่ยอมเหน็ดเหนื่อยเพื่อพวกเรา และทำให้รายการนี้ดำเนินไปได้ด้วยดีตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่การออดิชั่นรอบแรก ออดิชั่นรอบสอง ช่วงโปรโมตพวกเราก่อนเข้าบ้าน ช่วงที่พวกเราได้เข้ามาใช้ชีวิตในบ้าน และแสดงคอนเสิร์ตในแต่ละวีคที่ Thunder Dome จนมาถึงรอบสุดท้ายที่ Impact Arena ขอบคุณทุกคนที่ทำงานกันอย่างหนักตลอด 12 สัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อให้นัทและเพื่อนๆ มีชีวิตที่น่าประทับใจในบ้าน และได้เป็นส่วนหนึ่งของคอนเสิร์ตที่สุดยอดถึง 12 ครั้งด้วยกัน พวกเราคงจะเคยสร้างปัญหาและสร้างความลำบากใจให้พวกพี่ๆ อยู่ไม่น้อย นัทก็ต้องขอโทษพี่ๆ ทุกคนไว้ ณ ที่นี้ ด้วยนะครับ แต่อยากจะบอกว่า พี่ๆ ทุกคนสุดยอดจริงๆ ครับ



              ขอบคุณคุณครูใหญ่,คุณครู Voice, Dance และ Acting ทุกคน สำหรับความรู้ ความใกล้ชิด และความหวังดีที่ครูมอบให้กับพวกเราตลอดมา ขอบคุณที่ช่วยนำทางให้พวกเราสามารถฝ่าฟัน อุปสรรคขวากหนามต่างๆ บนทางเดินแห่งความฝันจนมาถึงวันนี้ได้ ประสบการณ์ในช่วง 12 วีคที่ผ่านมาเป็นประสบการณ์การเรียนรู้ที่ทำให้นัทมีความสุขมาก นัทรู้สึกว่านัทได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ทุกวัน ได้โตขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในด้านความคิด มุมมอง และความสามารถ นัทรู้สึกโชคดีจริงๆ ครับ ที่ได้มาเป็นลูกศิษย์ขอบครูทุกคน ถึงแม้ว่านี่อาจจะยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของพวกเรานักล่าฝันทั้ง 20 คนในโลกแห่งความจริง แต่นัทก็เชื่อว่าสิ่งที่ครูทุกคนได้ให้พวกเรา มันทำให้นัทและเพื่อนๆ ทุกคนพร้อมที่จะก้าวเดินต่อไปอย่างเข้มแข็ง เพื่อที่จะเป็นศิลปินที่ ดีให้ได้ในสักวัน พวกเราจะไม่ทำให้คุณครูผิดหวังอย่างแน่นอนครับ!


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



              ขอบคุณ Sponsors ทุกท่าน ที่ทำให้รายการ AF4 เกิดขึ้นได้และทำให้พวกเรามีชีวิตที่สุขสบายในบ้าน และขอบคุณสำหรับกิจกรรมการเล่นเกมส์สนุกๆ ที่นำมาให้พวกเราได้มีส่วนร่วมทุกๆ วันอาทิตย์ครับ!



              ขอบคุณครอบครัวและเพื่อนๆ ของนัททุกคนที่สนับสนุนกันอย่างเต็มที่ ขอบคุณหลายๆ คนที่มาเชียร์ถึงที่คอนเสิร์ต และส่งเสียงกรี๊ด ให้นัทอย่างออกนอกหน้า ไม่ว่านัทจะแสดงได้ดีหรือไม่ก็ตาม ( ha ha) คิดถึงทุกคนมากๆ !



              และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ..... เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคนที่เปิดใจมาทำความรู้จักกับคนตัวเล็กๆ คนหนึ่ง คนนี้ และเป็นกำลังใจให้กันมาเสมอมา ขอบคุณชาว NMG, NTFC และทุกๆ คนที่ให้ความสำคัญกับ ความฝัน ขอบนัทและคอยเชียร์ให้นัททำมันให้เป็นจริง นัทรู้ดีว่าการที่เราก้าวเข้ามาตรงนี้จะต้องมีทั้งคนชอบและไม่ชอบเรา เมื่อไรก็ตามที่นัทรู้สึกกระทบกระเทือนใจหรือเริ่มท้อแท้ นัทก็จะนึกถึงทุกคนที่คอยเฝ้ามองและส่งแรงใจมาให้นัท และนัทก็จะมีกำลังใจกลับมาทุกครั้ง ขอบคุณจริงๆ ที่มอบความรัก ความอบอุ่น และความเข้มแข็งให้กับนัท ขอบคุณที่ทำให้นัทได้มีโอกาสเรียนรู้อยู่ในบ้านหลังนี้ถึง 12 สัปดาห์เต็มๆ ขอบคุณสำหรับช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความสุข นัทเองก็หวังว่าทุกคนคงจะได้รับความสุขไม่มากก็น้อยจากการได้ฟังนัทร้องเพลงนะครับ ขอให้ทุกคนมีสุขภาพที่แข็งแรงและพบเจอแต่สิ่งดีๆ ครับ



              ถึงแม้หลายคนจะพูดว่าการเป็น “ The Winner” คือการที่ได้ก้าวขึ้นไปสู่บันไดขั้นสูงสุดแต่ถ้าให้พูดตามตรงนัท กลับมองว่านัทยังเป็ยเพียง บันไดขึ้นแรก ของนัทและเพื่อนๆ ทุกคนที่จะต้องออกไปสู่โลกแห่งความจริงและต่อสู้เพื่อความฝันต่อไป นัทหวังว่าเส้นทางบนสายดนตรีของพวกเราทุกคน จะไม่ใช่เส้นทางที่สิ้นสุดง่ายๆ หวังว่าจะมีบันไดขั้นต่อๆ ไปให้พวกเราได้ก้าวขึ้นไปเรื่อยๆ ได้ท้าทายและพัฒนาตัวเองให้เป้นคนที่เก่งและเป็นที่ยอมรับมากขึ้นทุกวัน เราคงจะต้องเรียนรู้และเจอะเจอเรื่องราวอะไรต่างๆ อีกมากมาย แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราจะไม่มีทางลืม บันไดขั้นแรกที่สำคัญมากขั้นนี้ บันไดขั้นที่เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของความกล้าของพวกเราทุกคน ความกล้าที่จะออกไปไขว่คว้าความฝัน ความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับอุปสรรคต่างๆ  และเปลี่ยนให้มันเป็นพลังชีวิตที่ทำให้เราเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ



              นัทดีใจและภูมิใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ AF4 ครับ ถึงแม้รายการอาจจะจบลงไปแล้ว แต่นัทเชื่อว่า เส้นทางแห่งความฝันของเรา จะยังไม่จบลงอย่างแน่นอน และหากนัทจะสามารถขออะไรได้สักอย่าง นัทก็อยากจะขอฝากพวกเราทั้ง 20 คน ไว้ในใจของทุกคน นัทและเพื่อนๆ ทุกคนพร้อมและครับที่จะก้าวเดินต่อไป เพื่อสร้างสรรค์ผลงานดีๆ ออกมาด้วยความตั้งใจ ช่วยเป็นกำลังใจให้พวกเราต่อไปด้วยนะครับ....ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ~ !



              สุดท้ายนี้ ทอยากจะขอบคุณทุกคนจากใจจริงอีกครั้งนะครับ ขอบคุณสำหรับช่วงชีวิตที่มากกว่าความสุข ความทรงจำที่มากกว่าความประทับใจ และรอยยิ้มที่มากกว่าความอบอุ่น ขอบคุณจริงๆ ที่เปิดใจมารู้จักกันนะครับ

 

 

 

 

~~ The End ~~

 

Nat Sukdatorn

 

V1

2007/Aug/26

เออดีจริงๆ ทำเราจะหัวใจวายตาย ..

กลิ้งไป-กลิ้งมา ตอนออกมาเป็น 3 คน ใจจริงเลยนะว่าวีคนี้ไม่อยากให้ใครออกเลย

ไม่ใช่ว่าเรารักทุกคน แต่เราไม่คิดเกลียดใครเลยสักคนตั่งหาก ทุกคนมีดี แล้วยิ่งกว่านั่นมันคือความผูกผัน

แค่นึกว่า เวลาเปิดมาดูแล้วหายไปคนนึง เราคงอยากร้องไห้ง่ะ

พะงาบๆไปเลยตอนประกาศ V9 เหอๆ สรุปพี่นัทเนี่ยนะ (เออคือ ไม่ได้เกลียดต้อล แต่รักพี่นัทมากกว่าเท่านั้นเอง) ใจนึงก็รู้สึกว่า มันคงไม่จบแค่นี้ แล้วไงล่ะจริงๆด้วย

อย่าง งง อ่ะจะเอาอะไรกันหนักหนาว่ะ พี่นัทคงคิดในใจ (55) ตอนที่ให้ตัดสินใจจริงๆ แล้วเสยผมข้างหน้าขึ้นมา เราเห็นตาพี่นัทน่ะ แบบว่าจะร้องไห้อยู่แล้ว

เค้าไม่ใช่คนขี้แย .. แต่แค่เป็นคนที่คิดถึงความรู้สึกของคนอื่น มาก่อนเสมอตั่งหาก ความรู้สึกลำบากใจนี่มันแย่มากนะ

ตอนคืนตุ๊กตานี่ แบบไม่ต้องคิดเลย 2 ย่อมดีกว่าหนึ่ง

ตามที่เราคิดเอง(แบบโง่ๆ) เรายังคิดว่า พี่นัทจะเลือก2 คนที่เพิ่งออกไป เราเองชอบ"ฝ้าย" เค้าน่ารัก ตรงๆ และอีกคนจะเป็นใครก็ได้ หรือเลือกจากความผูกพันคงเป็น "ตี๋"

แต่ด้วยความที่เป็นพี่นัท .. เค้าให้เหตุผลที่เราไม่ต้องถามต่อ หมดข้อสงสัย ยอมรับด้วยรอยยิ้ม

ไม่ว่าเมื่อไหร่ พี่นัทก็รอบคอบที่สุดเสมอ

. .

ตอนนี้คนใจแคบทั้งหลาย เชิญแสดงตัวได้เลย (เท่าที่เห็นจาก sms เมื่อกี้ กรูก็แทบจะเอาเก้าอี้ทุ่มทีวีแล้ว)

ขอไว้อาลัยให้กับ "คนใจแคบ ขี้ขลาด และไม่กล้าแสดงตัว" .....

.....

.....

ถ้าคุณไม่พอใจกับการตัดสินใจ ที่อาจจะยากที่สุดในชีวิต ของพี่นัทล่ะก็

เราคนนึงแหล่ะที่ไม่ยอมอยู่เฉยแน่

มนุษย์ผู้ที่ไม่เคยดู AF เลยสักปี (และค่อนข้างแอนตี้) อย่างเราไม่ถูกชะตากับใครง่ายๆ แปลกใจตัวเองเหมือนกัน ที่รักพี่นัท ได้อย่างไม่มีเงื่อนไข ไม่มีเหตุผล

ขอบอกเลยว่า รักพี่นัทที่สุด และจะจงรักภักดีกับพี่นัท คนเดียวตลอดไป

สู้ตายค่ะพี่ชาย Fightingๆๆๆ

PS. ยินดีค่ะ พี่ปอง แคท welcome ค่ะ ^-^ (แต่ยังรักฝ้ายมากกว่าเหมือนเดิมค่ะ 55555)